พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่าขณะนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปพบ ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (The International Civil Aviation Organization- ICAO) ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนนาดา
โดยรมว.คมนาคม คาดว่าจากการเตรียมพร้อมในการชี้แจงจากไทยจะสามารถทำให้ ICAO เข้าใจได้ถึงความพยายามในการแก้ปัญหาของไทย และจากการคาดการณ์ในเบื้องต้นผลของการเจรจาเป็นไปได้ 3 แนวทางคือ ICAO จะยังคงสถานะให้การบินพลเรือนไทยโดยการไม่ประกาศใดๆ จนกว่าจะมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาได้ชัดเจน แนวทางที่ 2 คือให้โอกาสไทยอีก 2-3 สัปดาห์ในการดำเนินการแก้ไข พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม และแนวทางที่ 3 คือ ICAO อาจทำการประการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะในการลดมาตรฐานของไทย
พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่าขณะดียวกันจะมีการปรับคณะทำงานที่เข้ามาร่วมทำงานใหม่ทั้งหมดในการแก้ไขปัญหา เป็นคณะกรรมการบูรณาการเพียงชุดเดียวสำหรับการติดตามแก้ปัญหาต่อไป เนื่องจากการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns: SSC) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว รวมทั้งการทำกฎหมายได้จัดทำไปบางส่วน ส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรอยู่ระหว่างดำเนินการ ถือว่าทุกอย่างคืบหน้าไปหมดแล้วจึงเห็นว่าควรควบรวมการทำงานทั้งหมดมาอยู่ที่คณะกรรมการชุดเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน
ล่าสุด นายอาคมรายงานว่าการหารือเป็นไปด้วยดี ประธาน ICAO มีความพึงพอใจที่คณะทำงานไทยให้ความสำคัญ และเข้ามาชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ปัญหา จึงจะไม่ประกาศมาตรการใดๆ เพิ่มบนเว็บไซต์ของ ICAO ตามเส้นตายวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยจะให้โอกาสไทยแก้ไขปัญหาถึงเดือนพฤศจิกายน 2558
พร้อมกันนี้ ICAO ยังยินดีที่จะทำงานร่วมกับไทย เพื่อปลดล็อค SSC และช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยอาจใช้ไทยเป็นกรณีเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหามาตรฐานการบินของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ด้านแหล่งข่าวจากคณะทำงาน กรมการบินพลเรือนให้ความเห็นว่าจากนี้ไปไทยต้องเร่งดำเนินการตามแผนเดิมที่วางไว้ โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงกระบวนการออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate : AOC) เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ซึ่งประเทศต่างๆ อาจยังคงมาตรการคุมเข้มไทยในการให้สายการบินไทยเข้า-ออก เช่นเดิม
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าข่าวดีในครั้งนี้อาจช่วยให้หลายฝ่ายผ่อนคลายได้บ้าง แต่ไม่ควรลืมว่าไทยยังเหลืออีก 2 องค์กรสำคัญที่เป็นที่ไว้วางใจของนานาชาติ คือ องค์กรบริหารการบินแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา(Federal Aviation Administration : FAA) และองค์กรความร่วมมือด้านการบินในกลุ่มสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) ที่รอจ่อคิวเข้าตรวจมาตรฐานไทย โดยผลการตรวจจะออกมาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการดำเนินงานหลังจากนี้ว่าไทยมีความกระตือรือร้น และสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากเท่าใด
แหล่งข่าวกล่าวถึงกระบวนการของสหรัฐอเมริกาว่าหน่วยงานที่จะเข้ามาคือ องค์กรบริหารการบินแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา(Federal Aviation Administration : FAA) โดยจะทำการตรวจแบบที่ ICAO ตรวจสอบ ซึ่งไทยได้ลงนามไว้เมื่อปี 2548 ว่ายินยอมให้เขาเข้ามาตรวจสอบ ตามกำหนด FAA จะมาเดือนมิถุนายน 2558 แต่ขอเขาเลื่อนไปเป็นเดือนกรกฎาคม 2558
ทั้งนี้ทาง FAA มีการจัดประเภทเป็น 1-2 เช่นกัน หากตรวจพบข้อบกพร่องกรณี SSC จำนวนมาก FAA จะประกาศให้ไทยอยู่ในประเภทที่ 2 คือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งประเทศที่ให้ความเชื่อมั่น FAA อาจมีปฏิกิริยาดังเช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ได้ดำนินการไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนกลุ่มสหภาพยุโรป คือองค์กรความร่วมมือด้านการบินในกลุ่มสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) โดยเยอรมันเป็นผู้ประกาศว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายงานหรือการประกาศ(Announcements) ของ ICAO แต่เขามีกระบวนการพิจารณาของเขาเอง
หลังจากนั้น EASA จะทำเรื่องส่งให้ หน่วยงานที่เรียกว่า D.G. Move : Directorate General Mobility and Transportations มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวงคมนาคมของ EU หากไทยมีรายงานความคืบหน้าที่ไม่น่าพอใจ EASA จะส่งเรื่องไปให้ D.G. Move พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนส่งเรื่องเข้าที่ประชุมสภาของสหภาพยุโรป เพื่อแบนการบินของประเทศไทย ส่วนกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือเสนอเข้าที่การประชุมวันที่ 25 มิถุนายน 2558 ซึ่งจะเป็นรอบที่ EASA ประกาศผล โดยสามารถประกาศได้หลายแบบ อาจจะเป็นการแบนทั้งประเทศ หรือทำการแบนแต่ให้การยกเว้นบางสายการบินก็ได้
ล่าสุดแหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมถึงผลการประชุม EASA กับ D.G. Move เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2558 ว่า จะยังไม่นำเรื่องการดำเนินมาตรการกับสายการบินของไทยเข้าสู่การประชุมของรัฐสภายุโรปเพื่อพิจารณาในเดือนมิถุนายน 2558 นี้ โดย D.G. Move มีความเห็นว่าจะต้องมีการเดินทางมาตรวจสอบประเทศไทยก่อน
เป็นผลดีที่จะให้เขาเข้ามาตรวจสอบก่อน โดยคาดว่าในอีก 2-3 เดือน ทาง EASA จะเข้ามาทำการตรวจประเมินไทย ต่อจาก FAA ของอเมริกา ทั้งนี้หากประเทศไทยต้องถูกกลุ่มสหภาพยุโรปแบน แต่การแบนยังคงมีทางเลือก คือเขาอาจไม่แบนทุกสายการบิน เนื่องจากเขาให้โอกาสสายการบินต่างๆ ได้ทำการชี้แจงด้วย แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ความเคลื่อนไหวของ 3 องค์กร ได้แก่ ICAO, FAA และ EASA จะมีปฏิกริยาเชื่อมโยงกันในระดับหนึ่ง ซึ่งหากผล ICAO ออกมาเป็นคุณ EASA อาจมีการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางมาตรวจประเมินไทย