วันนี้ในช่วงบ่าย ที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาชี้ขาดคดีที่ถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยเรื่องสิทธิการตาย โดย นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ, พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา, พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ได้ยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น คือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัต และ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา บุรณศิริ เพื่อขอให้ยกเลิกกฎกระทรวงตามมาตรา 12 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550ที่ว่าด้วยการให้สิทธิการตายหรือการขอละเว้นการรักษาในช่วงวาระสุดท้าย
โดยผู้ฟ้องนพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ บอกว่า กฎกระทรวงดังกล่าวขัดต่อ มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ซึ่งกำหนดให้แพทย์ต้องบำบัดโรค แต่กฎกระทรวงกลับให้แพทย์ยุติการรักษา อีกทั้งแพทย์ไม่ได้ถูกสอนมาให้หยุดช่วยชีวิตคน
2.ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน 3.สร้างภาระให้กับการจัดการบริการสาธารณสุข 4.ไม่มีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะบุคลากรด้านสาธารณสุข ที่ถูกบังคับให้ทำตามกฎกระทรวงนี้ และอาจทำให้ประชาชนตายโดยไม่สมควรตาย เพราะไม่มีใครเป็นคนตัดสินว่าผู้ป่วยอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิตที่แท้จริง
และ 5.ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 80 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานแห่งวิชาชีพและเมื่อทำตามาตรฐานวิชาชีพจะได้รับการคุ้มครอง ดังนั้นกฎกระทรวงจึงไม่เป็นการทำตามมาตรฐานวิชาชีพ แพทย์ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง
สำหรับ ม.12 และกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อหา การทำ การุณยฆาต ( กา-รุญ -ย-ฆาต)โดยให้บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ โดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขที่ได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลมิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง"