เนชั่นทีวี

ข่าว

5 นศ.ไทย ถูกจับที่ปากีสถาน ข้อหาพกพาอาวุธในท่าอากาศยาน

11 มิ.ย. 2558 | lastman

5 นศ.ไทย ถูกจับที่ปากีสถาน ข้อหาพกพาอาวุธในท่าอากาศยาน

กระทรวงการต่างประเทศ เร่งประสานปากีสถาน ช่วยเหลือ 5 นักศึกษาไทย ที่ถูกจับข้อหาพกพาอาวุธในท่าอากาศยาน ด้านรองโฆษกรัฐบาล เผย 5 นศ.ทั้งหมดปลอดภัย ขณะที่ตำรวจกระบี่ บุกค้นบ้านนักศึกษา ส่วนแม่วอนรัฐบาลช่วยลูกชาย เชื่อไม่เกี่ยวกับความรุนแรง

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ 5 นักศึกษาไทยในปากีสถาน ที่ถูกควบคุมตัวที่เมืองละฮอร์ หลังถูกตรวจพบอาวุธปืนพร้อมกระสุน ก่อนขึ้นเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 346 เส้นทางละฮอร์-กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ในเย็นวันที่ 8 มิ.ย. กำหนดเวลาเดินทาง23.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น ถูกตั้งข้อหาพกพาอาวุธในท่าอากาศยาน

กระทรวงต่างประเทศพยายามประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ปากีสถาน เพื่อขอเข้าเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือนักศึกษาอย่างเป็นธรรม ดำเนินการตามกระบวนการของปากีสถานตามกฎหมาย และระเบียบของปากีสถาน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่ปากีสถานว่าจะให้เข้าเยี่ยมเมื่อใด
เมื่อถามว่า การพกพาอาวุธขึ้นเครื่องบินมีโทษร้ายแรงหรือไม่ นายเสข กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบกฎหมายของปากีสถานก่อน สิ่งสำคัญ สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามมาบัดจะพยายามเข้าไปพบกับนักศึกษากลุ่มนี้ให้ได้ เพื่อสอบถามพูดคุยถึงสาเหตุและรายละเอียด ทั้งนี้ จะให้ความเป็นธรรมแก่นักศึกษากลุ่มนี้

ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนักศึกษาไทย 5 คน ถูกควบคุมตัวที่สนามบินละฮอร์ ของปากีสถาน ขณะกำลังจะบินกลับประเทศไทย

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบอุปกรณ์ต้องห้ามสำหรับการนำขึ้นเครื่องบินว่า ขณะนี้นักศึกษาทั้งหมดปลอดภัยภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ปากีสถาน โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานเข้าไปดูแลพูดคุย เพื่อให้ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดเข้าใจระเบียบกฎหมาย สิทธิ์ของตนเอง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า การประสานงานระหว่างทางการปากีสถานและกระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปดูแลนักศึกษาให้เกิดความสบายใจ และเข้าใจสิทธิ์ของตนตามกฎหมาย


โดยยึดหลักการเคารพกฎหมายของแต่ละประเทศที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกัน ผู้ถูกควบคุมต้องได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมตามข้อกฎหมาย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และหากครอบครัวของนักศึกษาต้องการส่งข้อความความห่วงใย สามารถดำเนินการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศได้ตลอดเวลาขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 1 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ของนายฟารุด สูทอกอายุ 19 ปี นักศึกษาไทยในปากีสถาน พร้อมด้วยเพื่อนคนไทยอีก 4 คน ถูกจับที่สนามบินลาฮอร์ เมื่อค่ำวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากตรวจพบปืนพร้อมกระสุน ก่อนขึ้นเครื่องบินเที่ยวบิน ทีจี 346 เส้นทางลาฮอร์-กรุงเทพ กำหนดเวลาเดินทาง 23.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สอบถามถึงการศึกษา พบว่า นายฟารุด จบ ม.3 จากโรงเรียนสอนศาสนาในจังหวัดสงขลา จากนั้น กลับมาเรียนที่โรงเรียนปอเนาะบ้านหินลับ ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จากนั้น ทางโรงเรียนส่งไปเรียนที่โรงเรียนในปากีสถาน 2 ปี โดยวันเกิดเหตุ นายฟารุด ส่งไลน์กลับมาว่า กำลังจะขึ้นเครื่องกลับมาไทย เพื่อมาทำเรื่องผ่อนผันทหาร เพราะต้องศึกษาต่ออีก 4 ปี แล้วก็ติดต่อไม่ได้ จนเมื่อวานนี้ ครูสอนศาสนาที่อำเภออ่าวลึก แจ้งมาว่า ถูกจับเรื่องอาวุธปืนพร้อมเพื่อนที่สนามบิน

นางอำพร กล่าวว่า เป็นห่วงลูกชายมาก ขอให้ทางการไทย ช่วยประสานงานและให้กลับมาประเทศ เพราะเชื่อว่าลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบ

ข่าวล่าสุด