พ.ต.ต.ภานุภัทร เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีการเปิดห้องเช่าใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ชาวเกาหลีใต้ในประเทศเกาหลีใต้โอนเงินเข้าบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจะมีทีมงานไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยแก๊งดังกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกว่าสามารถปล่อยเงินกู้วงเงินสูงกว่าที่ธนาคารในเกาหลีใต้ปล่อยกู้ และก็หลอกเอาข้อมูลทางธุรกรรมการเงิน มีผู้เสียหายถูกหลอกมากมาย จึงนำกำลังเข้าค้นและจับกุมที่ชั้น 20 ของคอนโดดังกล่าว ห้อง135และห้อง 136 พบกลุ่มผู้ต้องหาและของกลางดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ต้องหาเข้ามาในประเทศได้ 3-4 เดือนแล้ว ไม่ออกไปไหน ค่าเช่าห้องเดือนละ 60,000-65,000 บาท โทรศัพท์กลับไปยังเกาหลีใต้หลอกคนชาติตัวเองเป็นจำนวนมาก จึงควบคุมตัวมาที่สน.ทองหล่อทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานภายในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้แก๊งคอลเซนเตอร์สัญชาติเกาหลีใต้มีฐานปฏิบัติการในประเทศไทย จีนและฟิลิปปินส์ โดยในประเทศไทยมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ไวและค่าโทรศัพท์โทร.ไปที่ประเทศเกาหลีใต้ราคาไม่แพงมาก จึงมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยในคราบนักท่องเที่ยวที่แต่ละปีเดินทางเข้ามา กว่า 5 แสนคน โดยผู้เสียหายเป็นคนแก่ที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะได้ประสานสถานทูตเกาหลีใต้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป