เนชั่นทีวี

ข่าว

สุราษฎร์ธานี - ถือฤกษ์วิสาขบูชา ทวงคืนผืนป่าอุทยานฯที่ถูกบุกรุก

02 มิ.ย. 2558 |

สุราษฎร์ธานี - ถือฤกษ์วิสาขบูชา ทวงคืนผืนป่าอุทยานฯที่ถูกบุกรุก

ถือฤกษ์วันวิสาขบูชา จัดกิจรรมทวงคืนผืนป่าเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ถูกบุกรุกโค่นต้นยางปลูกต้นตะเคียนทองแทน


เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 ที่ซอยเขากลอย ป่าเขาโคกงาย ม.12 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกปลูกยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี ) นายจงรักษ์ ทรงรัตนพันธุ์ ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับนายฐากร ล้อมศตพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี ) นำกำลังเจ้าหน้าที่บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงภายใน จ.สุราษฎร์ธานี กำลังทหารจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4 ประจำพื้นที่ภาคใต้ กำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ประมาณ 300 นาย ถือฤกษ์วันวิสาขบูชาดำเนินยุทธการทวงคืนผืนป่า การบังคับใช้กฎหมายต่อพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกปลูกยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์  โดยเข้าตัดโค่นต้นยางพาราที่ชาวบ้านบุกรุกปลูกในพื้นที่ป่าจำนวน 6 ไร่ 3 งาน

สุราษฎร์ธานี - ถือฤกษ์วิสาขบูชา ทวงคืนผืนป่าอุทยานฯที่ถูกบุกรุก


โดยยางพารา มีอายุประมาณ 5 -7 ปี ซึ่งลักลอบปลูกแซมในพื้นที่ลาดชันมากกว่า 80 องศา ซึ่งพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นป่าต้นน้ำคลองสองพี่น้อง ปัจจุบันคลองมีสภาพน้ำแห้งขอดจากการบุกรุกทำลายป่าปลูกพืชเศรษฐกิจและภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตัดโค่นต้นยางพาราทั้งหมดแล้ว ได้ปลูกต้นตะเคียนทอง ทดแทนในพื้นที่ทั้งหมดทันที
นายจงรักษ์ ทรงรัตนพันธุ์ ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตอุทยาน 4 แห่ง พบพื้นที่ถูกบุกรุกที่รอการตัดโค่นทำลายและปลูกป่าทดจำนวน 42,000 ไร่ โดยเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นประมาณ 16,000 ไร่ รองลงมาเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ,อุทยานแห่งชาติคลองพนม และอุทยานแห่งชาติเขาสกรวมทั้งพื้นที่ป่าสงวนอีกกว่า 1,300 ไร่

สุราษฎร์ธานี - ถือฤกษ์วิสาขบูชา ทวงคืนผืนป่าอุทยานฯที่ถูกบุกรุก

ด้านนายฐากร ล้อมศตพร  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี ) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการลักลอบบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างรุนแรงและนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญของการบุกรุกเพื่อปลูกยางพารา โดยเข้าไปแผ้วถาง เผาป่า สร้างความเสียหายต่อความสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศน์และสร้างปัญหาด้านอื่นๆ ตามมาเช่น ปัญหาฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อุทกภัย ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากโดยยุทธการทวงคืนผืนป่าจะดำเนินการในทุกจุดหลังจากที่คดีสิ้นสุด

ข่าวล่าสุด