รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย วิษณุ เครืองาม พูดถึงกรณีประธานกรรมาธิการยกร่างฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมาระบุว่าส่วนใหญ่ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาปฏิรูปแห่งชาติ เห็นว่าควรทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรี และ คสช. เป็นผู้ตัดสินใจ กมธ.ยกร่างฯไม่จำเป็นต้องออกความเห็น เพราะการทำประชามติหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของกมธ.ยกร่างฯเลย แต่มีหน้าที่ไปทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ ซึ่ง ครม.และคสช.คิดเองได้ว่า ควรจะมีการทำประชามติหรือ ซึ่งต้องใช้เวลานานนับเดือน เพื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 แล้วมีพิธีทำประชามติยาวอีก 4 - 5 เดือน
ด้านประธาน สนช.พรเพชร วิชิตชลชัย พูดถึงข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อให้มีการทำประชามติ ว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีผลบังคับใช้ องค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้น มาตรา 44 เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับคสช. ที่ใช้ประคับประคองให้เป็นไปตามโรดแมป 3 ระยะ ส่วนการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้มีการทำประชามติ จะต้องใช้มาตรา 46 ที่ให้ครม. และ คสช.มีมติร่วมกันให้แก้ไขรธน.เพิ่มเติมเสนอต่อ สนช.เพื่อให้ความเห็นชอบ
คุณพรเพชร บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว จึงต้องเกิดจากความร่วมมือของครม.คสช. และ สนช. ที่จะต้องพิจารณาร่วมกัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย ซึ่งการทำประชามติ ทุกคนสามารถเสนอได้ แต่การทำประชามติไม่ใช่การตัดสินใจขายขนมครก จึงต้องคิดให้รอบครอบ และจะหากใช้มาตรา 46 จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน