ทั้งนี้ตู้เซฟที่อายัดได้มาจากนายอภิชนัฏฐ์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา โดยภายในประกอบไปด้วย ชุดเครื่องเพชร แหวนเพชร โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดเล่มทะเบียนรถ 4 ฉบับ นาฬิกาหรูราว 10 เรือน เงินสดสกุลต่างประเทศจำนวนมาก มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 26 ล้านบาท ขณะที่ตู้เซฟของ นายรัฐวิชญ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเปิดกว่าครึ่งชั่วโมง พบเงินสดเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์จาก นายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ และ นางสาวพีรญา หาญพรม สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาในเครือข่ายยูฟัน โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน ได้ยึดทรัพย์ 1.3 ล้านบาท วันที่ 10 เมษายน ในขณะที่เข้าตรวจค้นหมู่บ้านบริเวณลาดพร้าว ยึดทรัพย์เป็นจำนวนเงิน 32 ล้านบาท วันที่ 24 เมษายน อายัดเงินกองทุนในธนาคารไทยพานิชย์ ของนางสาวพีรญา จำนวน 30 ล้านบาท วันที่ 25 เมษายน ยึดทรัพย์คอนโด ดิ ริเวอร์ ซอยเจริญนคร 13 มูลค่า 23 ล้านบาท และรถแลมโบกีนี่ 1 คัน มูลค่า 15 ล้านบาท และวันที่ 26 เมษายน ยึดบ้านที่หมู่บ้านบางกอกบูลลาวาร์ด 2 หลัง หลังแรกมูลค่า 30 ล้าน และ 22 ล้านบาทตามลำดับ และรถยนต์อีกหนึ่งคัน 2 ล้านบาท
ซึ่งจากการเปิดตู้เซฟของนายรัฐวิชญ์ พบเงินสดจำนวน 26.2 ล้านบาท และ ทองคำน้ำหนัก 80 บาท มูลค่า 1.4 ล้าน รวมทรัพย์สินที่ยึดจากนายรัฐวิชญ์ และนางสาวพีรญา รวมมูลค่ากว่า 184 ล้านบาท ซึ่งจะตรวจสอบว่ายังมีทรัพย์สินที่ใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากพบแล้วก็จะยึด อายัด และส่งมอบให้ ปปง. ดำเนินงานตามกระบวนการ โดยยืนยันว่าจะพยายามนำทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันขอฝากถึงผู้ที่สนับสนุนคนกระทำผิดในคดียูฟัน ท่านใดก็ตามที่รับฝากทรัพย์สิน ช่วยโยกย้ายทรัพย์สิน หรือรับซุกซ่อนทรัพย์สิน ่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินด้วย ดังนั้นหากใครยังกระทำการณ์เหล่านี้อยู่ ขอแนะนำให้รีบเข้ามาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งปคบ.และปปง. โดยยืนยันว่าหากเข้ามาแจ้งด้วยตัวเอง จะไม่มีความผิด แต่หากเจ้าหน้าที่เป็นคนตรวจค้นเจอ จะดำเนินคดีทันที
ขณะนี้จากการตรวจสอบพบเงินเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศ โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบโครงข่ายพบผู้เสียหาย 120,000 ราย โดยแต่ละรายมีค่าเสียหายเฉลี่ยรายละ 350,000 บาท ผมเชื่อว่าขณะนี้มีเงินเคลื่อนไหวกว่า 38 ล้านบาท แต่ในลายระเอียดว่ามีการโอนย้ายไปยังบุคคลใดบ้างนั้น ตนจะชี้แจงในครั้งต่อไป ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว
ด้านพ.ต.อ. ดร.สีหนาท กล่าวว่า ในส่วนของปปง. จะหาพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินต่างๆ ก่อนจะแจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินทราบ เพื่อมาโต้แย้งสิทธิ์ภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันทางปปง. ได้เร่งที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อที่จะสามารถคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายได้ เพราะตามกฎหมายปัจจุบันแล้วทรัพย์จะต้องตกเป็นของแผ่นดิน
โดยกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาของกรรมาธิการ คาดว่าจะออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ในเร็วๆนี้ แต่หากกฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้ทัน ในเวลาที่ทางปปง.ต้องนำคดีและทรัพญืสินทั้งหมดส่งศาล พนักงานสอบสวนสามารถที่จะแนบคำร้องเพื่อยืนยันทรัพย์สินของผู้เสียหายลงในสำนวนได้ และทางผู้เสียหายสามารถทำเรื่องร้องต่อเสียต่อศาลแพ่งเพื่อยืนยันทรัพย์สินของตนเองได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงในเครือข่ายยูฟันระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เรื่องจากเกรงว่าผู้กระทำผิดจะไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าจะมีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด