พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการท่องเที่ยว และขานรับนโยบายปี 2558 ที่เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย พร้อมกับขานรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการกวดขันจับกุม และนบรรดาโชเฟอร์แท๊กซี่มาปรับทัศนะคติ พูดคุยกับปัญหาที่เกิดเหตุ ว่าเหตุใดถึงต้องปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร
อย่างไรก็ตามไม่อยากให้มองว่าเป็นการจ้องจับผิด แต่ส่วนหนึ่งก็เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เพราะแท็กซี่ไทยจัดเป็นประตูด่านแรกในการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะใช้บริการ โดยขอความร่วมมือจากคนขับรถแท็กซี่ให้ความร่วมมือ ช่วยกันให้บริการแก่นักท่องเที่ยวให้สมกับการทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี
สำหรับข้ออ้างในเรื่องส่งรถไม่ทัน แก๊สหมด หรือรถติดนั้นเป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายสาเหตุที่บรรดาโชเฟอร์นำมากล่าวอ้าง เราได้อธิบายเหตุและผลว่า การปฏิเสธผู้โดยสารถือว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่ไม่ใช่ว่าโชเฟอร์แท็กซี่ทุกคันจะไม่สามารถปฏิเสธผู้โดยสารได้ เนื่องจากข้อกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบกพ.ศ.2522มาตรา93ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้นแต่การบรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร
ซึ่งได้แนะนำว่าในกรณีที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่มีความประสงค์จะไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้แสดงป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร วิธีการแสดงป้ายและลักษณะของป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์ก็สามารถกระทำได้เช่นกันอย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ทำการปรับทัศนคติบรรดาแท็กซี่ ก่อนนำตัวไปทำประวัติพร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รอง ผบก.ทท.ระบุ