เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวตรังแห่ทำหมากแห้งขาย ได้ราคาดีช่วงราคายางดิ่ง

21 เม.ย. 2558

ชาวตรังแห่ทำหมากแห้งขาย ได้ราคาดีช่วงราคายางดิ่ง

ตรัง- อาชีพทำหมากแห้งเฟื่องสุดช่วงราคายางตก หลังราคาที่ขยับตัวสูงขึ้นมาก สร้างรายได้ให้ไร่ละ 2 หมื่นบาท พบความต้องการสินค้ายังมีอย่างต่อเนื่อง


เมื่อวันที่ 21 เมย.นายเจริญ สิทธิชัย ประธานกลุ่ม OTOP หมากแห้ง และอดีตกำนันตำบลหนองช้างแล่น อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองช้างแล่น และหลายพื้นที่ของจังหวัดตรัง กำลังให้ความสนใจกันมาประกอบอาชีพทำหมากแห้งกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ขายได้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 55-60 บาท ซึ่งสูงกว่าราคายางพาราเสียอีก ทำให้ชาวบ้านแต่ละคนสามารถทำหมากแห้งขายได้ถึงวันละ 20 กิโลกรัม หรือมีรายได้วันละ 1,000-1,200 บาท และนับเป็นช่วงที่ราคาหมากแห้งสูงมากเป็นประวัติการณ์ เหมือนเช่นเมื่อปี 2541 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ จนทำให้ต้นหมากตายไปจำนวนมาก
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองช้างแล่น ได้เริ่มทำหมากแห้งขาย ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ในยุคที่ยังมีราคาแค่กิโลกรัมละ 2 บาท จนล่าสุดมีราคาขยับตัวสูงขึ้นถึง 30 เท่า เนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้มีการโค่นต้นหมาก เพื่อนำไปปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ความต้องการสินค้ายังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น ปากีสถาน ซึ่งซื้อไปสำหรับการบริโภค สำหรับในภาคใต้จะมีตลาดใหญ่รับซื้ออยู่ที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ หมาก 1 ต้น จะสามารถสร้างรายได้ให้ปีละ 400-500 บาท หรือไร่ละ 2 หมื่นบาท จากจำนวนหมากทั้งหมด 400 ต้น
อย่างไรก็ตาม การทำหมากแห้งไม่มีขั้นตอนยุ่งยากอะไร โดยเริ่มตั้งแต่ผ่า แล้วนำไปตากแดด 3 วัน ก่อนแกะเนื้อด้านในออก แล้วนำไปตากแแดดต่ออีก 7 วัน เมื่อแห้งสนิท ก็ส่งขายได้ แถมยังมีช่วงระยะเวลาในการทำปีละ 9 เดือน หรือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กรกฎาคม โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งเช่นนี้ ซึ่งจะมีหมากสุกเป็นจำนวนมาก และยังมีแสงแดดดี ต่างไปจากยางพารา ซึ่งปีหนึ่งๆ สามารถกรีดได้ 6-7 เดือนเท่านั้น เนื่องจากมีปัญหาฝนตก และต้องพักกรีดในหน้าแล้ง แถมยังมีรายได้เพียงแค่วันละไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาตกต่ำ ต่างไปจากการทำหมากแห้งที่สร้างรายได้ถึงวันละนับพันบาท