สาระสำคัญของระบบโอเพ่นลิสต์ อยู่ที่การให้ประชาชน ได้จัดลำดับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งต่างจากเดิมที่อำนาจนี้อยู่ที่พรรคการเมือง ภายใต้ธงของกรรมาธิการ ที่ต้องการสกัดกั้นกลุ่มทุน ที่มักเข้ามาฉกฉวยโอกาสเป็น ส.ส. ผ่านระบบบัญชีรายชื่อ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ระบบโอเพ่นลิสต์ไม่สะท้อนเจตนารมย์ ของการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ การให้จัดอันดับเพียง 1 รายชื่อ จะเอื้อประโยชน์แค่นักเลือกตั้งที่หาเสียงเก่ง แต่จะปิดกั้นไม่ให้ คนดี คนเก่ง ที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองเข้าไปมีที่นั่งในสภาได้
ด้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับระบบโอเพ่นลิสต์ เพราะทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอลง โดยเสนอให้ใช้สูตรเลือกตั้งใหม่ เปลี่ยนเป็นบัญชีรายชื่อบัญชีเดียวทั้งประเทศ และให้เพิ่มสัดส่วนของ ส.ส. แบบเขตแทน
แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย แต่ประธานกรรมาธิการ ยังคงยืนยันว่า ระบบโอเพ่นลิสต์มีความเหมาะสมกับการเมืองไทย และถือเป็นก้าวสำคัญของการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน