เนชั่นทีวี

ข่าว

เครือข่ายผู้บริโภคจี้ ปปช.ตรวจสอบมติ กสท.ผิดกฎหมาย

09 เม.ย. 2558 | wanchat

เครือข่ายผู้บริโภคจี้ ปปช.ตรวจสอบมติ กสท.ผิดกฎหมาย

เครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ปปช. เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการลงมติ การสรุปมติ และรับรองมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จากกรณีที่ คณะกรรมการกสท.ได้รับรองมติเสียงข้างมากในการประชุมวันที่ 30 มีนาคม 2558 ไม่เห็นชอบกับข้อเสนอของสำนักงานกสทช.ว่าการที่บริษัท Solution Corner (SLC) ที่เข้ามาถือหุ้นใน บริษัท Nation Multi-media Group (NMG) ขัดต่อประกาศหลักเกณฑ์ก่อนการประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลของกสทช. นั้น ทำให้คณะกรรมการกสท.ถูกตั้งคำถามจากภาคประชาชนถึงการได้มาซึ่งมติเสียงข้างมากนี้ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากได้มีการนำการงดออกเสียงของกสทช.สองท่าน ที่แสดงไว้ในการประชุมเพื่อลงมติวันที่ 23 มีนาคม 2558 มานับเป็นคะแนนสองเสียงที่สนับสนุนฝ่ายไม่เห็นชอบ มีผลทำให้ฝ่ายไม่เห็นชอบชนะโหวต 3:2
วันนี้ (9เม.ย.) เครือข่ายผู้บริโภคสื่อประกอบด้วยเครือข่ายครอบครัว เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก และเครือข่ายชุมชน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการปปช.ให้พิจารณาตรวจสอบกระบวนการลงมติ สรุปมติ และร้บรองมติว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อแถลงว่า การรับรองมติที่ชนะด้วยการนำเอาคะแนนการงดออกเสียงมานับรวมเป็นเสียงข้างมาก ได้สร้างความกังขาต่อกฎระเบียบของกสทช. และยังสร้างความรู้สึกขัดแย้งต่อสามัญสำนึกในหมู่ประชาชนทั่วไปที่รับรู้ว่าการงดออกเสียงหมายถึงการสละสิทธิ์ในการออกความเห็น ซึ่งคะแนนเสียงนับเป็นศูนย์
เมื่อเครือข่ายผู้บริโภคสื่อได้ตรวจสอบระเบียบการประชุมกสทช.ปี 2555 และ 2556 ก็ยังไม่พบข้อกำหนดใดๆ ที่ให้อำนาจ กสท.นำเอาการงดออกเสียงมานับเป็นคะแนนได้จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการกระทำของกรรมการกสทช.ครั้งนี้ว่าจงใจละเมิดกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อเห็นว่า มติครั้งนี้ของกสทซ.ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องการตัดสินความขัดแย้งระหว่างบริษัทเอกชน แต่เป็นการตัดสินบนผลประโยชน์สาธารณะ เพราะจะเป็นการเปิดทางให้มีการควบรวมสื่อได้ในอนาคต ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ ของมาตรา 31 และ 32 ในพ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งห้ามมิให้มีการควบรวมสื่อ และการครอบงำความคิดของประชาชน
การที่กสท.มีการรับรองมติที่ไม่โปร่งใส เป็นการสร้างวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรนี้อย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ว่าการทำหน้าที่ของกสทช.อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะมตินี้จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนสามารถครอบครองสื่อประเภทข่าวสารไว้ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในระยะยาวจะนำไปสู่การชี้นำสังคม ครอบงำความคิดประชาชนในทุกมิติ โดยกลุ่มทุน และกลุ่มทุนการเมืองที่มีแนวโน้มที่เข้ามาพยายามยึดครองพื้นที่สื่ออย่างต่อเนื่องโดยใช้ทุนเป็นตัวนำ
ด้านรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายวรวิทย์ สุขบุญ กล่าวหลังรับหนังสื่อร้องเรียนว่า ป.ป.ช. จะทำตามขั้นตอน คือเมื่อมีผู้ร้องเรียนมาที่ ป.ป.ช. จะส่งเรื่องที่ที่สำนักเลขาธิการพืจารณา โดยเจ้าหน้าที่ประมวลเรื่องทั้งหมดเสนอให้เลขาธิการสั่งการ ถ้าเลขาธิการพิจารณาว่าเรื่องนี้มีมูล ก็จะสั่งให้ดำเนินการตามขั้นตอน อาจจะไปแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น แต่ถ้าดูแล้วในคำร้องยังมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็อาจจะเชิญผู้ร้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาสักพักหนึ่ง โดยขอเวลาให้ ป.ป.ช. ได้ทำงาน และยืนยันว่าในกรณีที่มีประชามาเป็นจำนวนมาก ก็จะให้ความสำคัญในการหยิบเรื่องขึ้นมาพิจารณา

ข่าวล่าสุด