ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ภายในร้านพบพนักงานซึ่งอยู่ในอาการตื่นตกใจ จากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานนวดซึ่งเตรียมตัวจะกลับบ้าน และบางส่วนกำลังเดินมาที่บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์และแคชเชียร์หน้าร้าน เพื่อรับเงินเดือน ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน แต่งกายด้วยชุดลายพรางทหาร ใส่หมวกกันน็อคเต็มใบเดินเข้ามาจากหน้าร้านและตรงมายังเคาน์เตอร์ โดยมี นางอึม มีคิม อายุ 43 ปี เจ้าของร้านชาวเกาหลี และพนักงานอีก 2 คน อยู่ในบริเวณดังกล่าว
โดยคนร้ายคนแรกได้เดินไปที่ด้านขวาของเคาน์เตอร์แล้วใช้อาวุธปืนจี้พนักงานไว้ ส่วนอีกคนอ้อมไปด้านซ้ายใช้อาวุธมีดจี้เจ้าของร้านไว้ พร้อมสั่งให้ส่งตะกร้าซึ่งภายในมีเงินเดือนของพนักงานนวดบรรจุไว้ในซองสีน้ำตาล จำนวนประมาณ 30 ซอง รวมเป็นเงินกว่า 460,000 บาท หลังจากได้เงินแล้วคนร้ายทั้ง 2 คน ก็ออกมาบริเวณหน้าร้าน ซึ่งมีเพื่อนอีก 3 คนรออยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 2 คัน จากนั้นได้พากันขับหลบหนีไป
จากการสอบถามนางอึม มีคิม เจ้าของร้าน บอกว่า ทุกวันที่ 5 ของเดือนจะต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานหลังเลิกงาน ก่อนเกิดเหตุได้เตรียมเงินใส่ซองไว้ให้พนักงานแต่ละคน โดยนำเงินทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้า และนำมาไว้กับแคชเชียร์เพื่อจ่ายให้กับพนักงาน ในระหว่างที่รอพนักงานมารับเงินเดือน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน เดินเข้ามาในร้าน และตรงมายังเคาน์เตอร์บริเวณที่ตนและแคชเชียร์ยืนอยู่ โดย 1 ใน 2 คนร้าย ได้ใช้มีดจี้บริเวณคอของตน ในขณะที่คนร้ายอีกคนก็ใช้ปืนจี้แคชเชียร์ และบอกว่าให้ส่งตะกร้าใส่เงินมา หลังจากได้แล้วก็รีบวิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่หน้าร้านหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านได้บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย พร้อมสอบปากคำเจ้าของร้าน แคชเชียร์ และพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามหาคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษต่อไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า อาจจะเป็นคนที่รู้ช่องทางและรู้รายละเอียดภายในเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงเวลาของการจ่ายเงินเดือน จึงสามารถลงมือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้วางแผนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป