เหตุการณ์เป็นที่จดจำของพสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2532 หรือประมาณ 26 ปี ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมเสวยอาหารพื้นเมืองโคราช ที่ร้านเสริมวิทยา และ ร้านจริยศึกษา อยู่ด้านหลังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ริม ถ.จอมพล เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เป็นเรื่องเล่าขานจากปากต่อปาก ตลอดเวลามีผู้สนใจได้สอบถาม และขอดูภาพถ่ายในขณะสมเด็จพระเทพ ฯ ทรงเสด็จมาเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง
เนื่องในวันที่ 2 เมษายน ถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารรี นางสาวนนทนันท์ กรวิทยาศิลป์ อายุ 64 ปี และ นางสาวลัดดาวัลย์ กรวิทยาศิลป์ อายุ 63 ปี สองพี่น้อง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมวิทยา และ ร้านจริยศึกษา จึงได้ถือฤกษ์งามยามดี เปิดให้ผู้สนใจได้ชมภาพถ่าย พร้อมบอกเล่าเรื่องราว
นางสาวนนทนันท์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนและครอบครัวสามารถจดจำเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นการบอกเล่า ลักษณะถามมาตอบไป ทำให้ข้อเท็จจริงบางอย่างคลาดเคลื่อน จึงเปิดเผยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกว่า ช่วงปี พ.ศ 2532 นางอุไรวรรณ กรวิทยาศิลป์ อายุ 65 ปี พี่สาวคนโต ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ศูนย์หนังสือจุฬา ยุคสมัยนั้น พี่สาวเป็นผู้จัดการ ดูแลรับผิดชอบศูนย์หนังสือจุฬา ที่กรุงเทพ สมเด็จพระเทพ ฯ ท่านเห็นความสามารถในการบริหารจัดการหนังสือ จึงสอบถามและทราบว่า นายเสริมและนางเพ็ญจิตร กรวิทยาศิลป์ พ่อและแม่ ได้ประกอบกิจการร้านขายหนังสือที่เก่าแก่ของเมืองโคราช ท่านได้ตรัสว่า จะหาเวลามาเยี่ยมชมกิจการ ครอบครัวเราเป็นแค่คนจีน ที่มาทำมาหากินในเมืองไทย ได้พูดคุยกันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง
ประมาณวันที่ 5 เมษายน 2532ได้มีรถยนต์ของสารวัตรทหารและรถยนต์ตู้โดยสารมาจอดอยู่กลางถนน บริเวณหน้าบ้าน สร้างความแตกตื่นตกใจพอสมควร จากนั้นนายทหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นคณะส่วนล่วงหน้า กรมราชองค์รักษ์ เข้ามาตรวจสอบภายในร้าน ซึ่งเป็นสถานที่รองรับเสด็จ ต่อมาได้รับแจ้งเป็นทางการ สมเด็จพระเทพ ฯ มีหมายเสด็จเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ ได้สร้างความปลาบปลื้ม ถือเป็นพระมหากรุณาธิกุลอันล้นพ้น ครอบครัวได้เร่งทำความสะอาดบ้าน พร้อมหาหนังสือราชาศัพท์มาท่องจำตั้งแต่เช้าถึงเข้านอน นางอุไรวรรณ ฯ พี่สาวคนโต เกรงทุกคนจะเครียด เกร็ง นอนไม่หลับ จึงบอกว่า สมเด็จพระเทพ ฯ ท่านเป็นกันเองกับพสกนิกร เวลาสนทนาไม่จำเป็นต้องใช้ราชาศัพท์ทุกคำก็ได้ ครอบครัว จึงรู้สึกใจชื้นขึ้น
วันที่ 12 เมษายน 2532 หลังเสร็จภารกิจนำคณะนักเรียนนายร้อย จปร. ไปเยี่ยมชมปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ช่วงเวลาประมาณ 15.20 น. รถยนต์พระที่นั่ง ได้มาจอดที่ร้านเสริมวิทยา บริเวณสี่แยกวัดบึง ท่ามกลางพสกนิกรหลายพันคน ต่างส่งเสียงทรงพระเจริญตลอดเวลา ท่านได้มาเยี่ยมชม ทอดพระเนตร ให้ความสนใจการจัดวางเรียงหนังสือ พร้อมสอบถามทำไมจึงจดจำหนังสือที่มีค่อนข้างหลากหลาย อยู่ตรงไหนบ้าง จากนั้นได้ทรงเสด็จเดินเท้ามาที่ร้านจริยศึกษา ที่อยู่ห่างออกมาประมาณ 25 เมตร หลังได้พูดคุยกับนายเสริม ฯ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งพยายามพูดราชาศัพท์ แต่ไม่คล่อง พูดติดขัดตลอด ท่านทรงตรัสให้พูดธรรมดาก็ได้ พ่อจึงพูดได้คล่องขึ้น จากนั้นได้ทรงเสวยอาหารพื้นเมือง ไก่ย่าง ผัดหมี่ ส้มตำ แกงส้ม น้ำพริก บะหมี่ เกี้ยว อย่างเอร็ดอร่อย จึงเป็นที่มา ร้านอาหารหลายแห่ง ได้ขึ้นป้ายว่า เป็นอาหารเสวย และทางจังหวัดนครราชสีมา ได้เมนูเหล่านี้นำมาชูเป็นอาหารประจำท้องถิ่น จนถึงเวลาประมาณ 19.30 น. จึงเสด็จกลับ ไปขึ้นเครื่องบินที่กองบิน 1 นครราชสีมา
นางสาวนนทนันท์ กล่าวว่า ครอบครัว กรวิทยาศิลป์ สำนึกในพระมหากรุณา ฯ เป็นล้นพ้น มีบทกลอนสำคัญที่ทุกคนในครอบครัว ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล รวมทั้งชาวโคราช ภาคภูมิใจ กล่าวไว้ว่า พระเทพ มิใช่เทพก็เหมือนเทพ ไม่ทรงเสพย์สุขสวรรค์ชั้นไหนไหน หากเป็นเทพสถิตท่ามความเป็นไทย ครองหัวใจประชาทุกสารทิศ เป็นความงามเรียบง่ายเป็นสายน้ำ ราษฎร์ชื่นฉ่ำในท่ามความวิกฤต เมื่อเจ้าฟ้าจากฟ้ามาใกล้ชิด นิรมิตความหวังใหม่ให้สังคม ยุคที่ใครเชื่อใครมิได้แล้ว เป็นพระแก้วจักรีที่งามสม กลางความหิวความหนาวร้าวระบม ทรงเป็นร่มฉัตรกั้นอย่างมั่นคง พระเกียรติคุณมิก้องให้ใครเทิดทูน ทรงประเสริฐเพราะประเสริฐเลิศสูงส่ง ชาวโคราชพร้อมภักดิ์รักพระองค์ ด้วยพระทรงเป็นมิ่งขวัญราชสีมา ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม นายปราโมทย์ สันตยากร ผู้ประพันธ์
ภารกิจช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัว กรวิทยาศิลป์ ได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตร ทำแบบเรียบง่าย ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อขอให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อยู่กับประชาชนชาวไทยไปนาน ๆ ขอให้พระองค์ ทรงมีพระชนมายุเจริญยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย นายสาวนนทนันท์ ฯ กล่าว