เนชั่นทีวี

ข่าว

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันร้องสังคม เกาะติด"มติกสท."ขัดหลักปฏิรูปสื่อ

28 มี.ค. 2558 | nation_ent

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันร้องสังคม เกาะติด"มติกสท."ขัดหลักปฏิรูปสื่อ



เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 58 ตัวแทนจาก องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นำโดย นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ และนายจิรวัฒน์ ลิ้มแก้วประเสริฐ ผู้อำนวยการ ได้เดินทางมาแสดงจุดยืนการมอบใบหุ้น ให้ทีมบริหารเนชั่น ซึ่งนำโดยนายสุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมกล่าวถึงประเด็นการครอบงำสื่อว่า เป็นเรื่องที่สังคมต้องหันมาให้ความสำคัญ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข่าวสารสาธารณะ 
 นายมานะกล่าวว่า สิ่งที่เครือเนชั่นนำเสนอตลอดมาในวิชาชีพสื่อมวลชน ล้วนแสดงถึงความมีจริยธรรมคุณธรรมที่ดี และมาวันนี้เราได้รับรู้ว่า มีความพยายาของกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาในสื่อดีๆ อย่างเนชั่น เราจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน ให้ติดตามดูว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับสิ่งที่ดี สิ่งที่มีคุณค่ากับสังคมมาโดยตลอด และหากท่านเห็นด้วยเราก็อยากให้ท่านช่วยกันสนับสนุน สิ่งที่ทำให้เราสนใจอย่างมากคือ มติของกสท.ที่มีเกี่ยวกับ ผู้ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นในเครือเนชั่นเมื่อวันก่อน ซึ่งในเบื้องต้นเรามองว่ามตินี้ขัดกับหลักการปฏิรูปสื่อที่วางไว้ว่า ต้องการให้สื่อแต่ละแห่งมีความหลากหลาย ไม่มีนายทุนรายหนึ่งรายใดที่จะสามารถครอบงำสื่อหลายฉบับหลายแห่ง ได้พร้อมๆกัน 
ดังนั้นมติกสท.ที่ออกมาจึงเป็นเรื่องที่คลางแคลงใจของสังคม เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามเพิ่มเติม ในรายละเอียดและเหตุผลว่า ทำไม กสท.จึงมติออกมาขัดแย้งกับหลักการที่เราเคยรับรู้เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ นายมานะ กล่าวด้วยกว่า หากผู้มีอำนาจในการกำกับดูและ มีมติใช้ดุลยพินิจตัวเองที่ไม่ชัดเจนไม่เสมอต้นเสมอปลาย และกลับไปกลับมาอย่างนี้ จะทำให้สังคมอยู่ยาก ทำให้สังคมระแวงซึ่งกันและกัน ทำให้คนไทยไม่ไว้วางใจ องค์กรที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลมากขึ้น ดังนั้นการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง การเรียกร้องให้มีการปฏิรูป ก็จะเกิดขึ้นไม่รู้จักจบสิ้น สถานการณ์ในวันนี้บ้านเมืองต้องการความชัดเจนพื้นฐานการมีคุณธรรมจริยธรรม สื่อมวลชนมีความสามารถที่จะนำความจริงมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ เราพบมาตลอดในหนังสือพิมพ์ทั่วโลก เรื่องของคอร์รัปชันเป็นพฤติกรรมที่มีอยู่ทั่วโลก สื่อมวลชนต้องพยายามรื้อฟื้น นำความจริงมาเผยแพร่ให้สัมคมได้ทราบ 
 ขณะนี้ในคณะกรรมการปฏิรูปก็มีประเด็น เราพูดกันเรื่องจะออกพ.ร.บ.คุมคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เนื่องจากสิ่งทีเกิดขึ้นในบ้านเรา นักการเมืองพยายามใช้อำนาจของตัวเอง นำเอาเงินงบประมาณของรัฐ ไปแจกจ่ายให้พวกพ้อง ให้สื่อในเครือข่ายในประเทศ เป็นการใช้เงินของรัฐไปในทางที่ไม่เหมาะสมเป็นการคอร์รัปชั่นมหาศาลการครอบงำสื่อหลายๆ ครั้ง นักการเมืองอาจไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ แต่ว่าจะใช้อิทธิพล ใช้เครือข่าย ของเขา ใช้เงินจากธุรกิจเข้ามาครอบงำสื่อได้ แน่นอนการครอบงำมีโอกาสทำให้ ในวันข้างหน้าข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สาธารณะจะพูกบิดเบือน ในวันนี้ สำหรับเครือเดอะเนชั่น ไม่ใช่แค่เพียงความพยายามครอบงำสื่อ แต่ยังมีประเด็นการใช้อำนาจ ใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ จากคณะกรรมการกสท.ที่ลงมติไปนั้น มีคำถามตามมาว่าถูกต้องแล้วหรือไม่ 
 ถึงสุดท้ายแล้วถ้าสื่อมวลชนโดยครอบงำ เป็นหน้าที่ของประชาชนต้องช่วยกันให้สื่อเป็นอิสระ ผมยินดีจะเข้ามา เป็นส่วนร่วมในการป้องกันการครอบงำสื่อ อยากให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วม และเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง อยากให้ประชาชนเข้ามาร่วมมือต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อให้สังคมไทยดีขึ้น 
 ประเด็นที่เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสื่อในขณะนี้ คือ การแก้ไขพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ว่าทำอย่างไร การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนจะเข้าถึงอย่างเสรี มีอิสระในการเข้าไปเก็บข้อมูลสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาเราเรียกว่าเป็นข้อมูลทางราชการ แต่วันนี้ เราอยากจะบอกว่า เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนควรจะได้รับรู้ผ่านสื่อมวลชน หรือประชาชนสามารถเข้าไปรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ด้วยตัวเอง 
 เราพบว่าสื่อที่ตั้งใจจะขุดคุ้ยประเด็นคอร์รัปชั่น หรือประเด็นที่เอารัดเอาเปรียบสังคม หรือแม้แต่ประเด็นความบกพร่องในการบริหารราชการของข้าราชการ หรือนักการเมือง เป็นเรื่องที่สำคัญ ตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดใกล้ตัวและน่าเกลียดมาก คือ กรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติเอง พยายามปกติดไม่เปิดเผยรายชื่อ การแต่งตั้งผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยงาน ซึ่งเริ่มเปิดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากประชาชนช่วยกันเรียกร้อง และส่งเสียงว่าท่านกำลังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สภาปฏิรูปเองกำลังทำเรื่องการปฏิรูป เรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน แต่กลับปิดบังข้อมูลข่าวสารเสียเอง ปิดกั้นการทำหน้าที่ ซึ่งหากเราไม่สามารถแก้ไขพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารได้ การเข้าถึงข้อมูลของสื่อมวลชนก็ทำไม่ได้ สังคมก็ไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง

ข่าวล่าสุด