เนชั่นทีวี

ข่าว

ยึดหลักเกณฑ์ประมูล คุม"ทีวีดิจิทัล" เนชั่นจ่อฟ้องกสท. เคาะมติขัดประกาศ

21 มี.ค. 2558 | nation_ent

ยึดหลักเกณฑ์ประมูล คุม"ทีวีดิจิทัล" เนชั่นจ่อฟ้องกสท. เคาะมติขัดประกาศ


เปิดเวทีถกหลักเกณฑ์ ครอบงำกิจการสื่อ นักวิชาการเคลียร์ปม ประกาศฯ หลักเกณฑ์ ประมูลทีวีดิจิทัล อ้างอิงมาตรา 31 พ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ ปี 51 ป้องกันครอบงำกิจการ คุมสัดส่วนผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน มีผลบังคับใช้ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จับตา กสท.ลงมติปม เอสแอลซี ถือหุ้นช่องข่าว จันทร์นี้ เนชั่น จ่อฟ้อง กสท. หากเคาะมติไม่ยึดเกณฑ์ประมูล

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดเสวนาเรื่อง ทิศทางการกำกับดูแลการครอบงำกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ภายใต้บทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หลักเกณฑ์การกำกับและดูแลการครอบงำกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ของ กสทช. อ้างอิงมาจาก พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เรื่อง การป้องกันการผูกขาด มาตรา 31 เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใด บุคคลหนึ่ง ครอบงำกิจการในลักษณะที่เป็นการจำกัด โอกาสการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่มาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายหรือกระทำการอันเป็นการผูกขาด การประกอบกิจการสื่อมวลชนหลายประเภทเวลาเดียวกัน ห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือครองธุรกิจในกิจการประเภทเดียวกัน หรือครองสิทธิข้ามสื่อในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่เกินสัดส่วนที่คณะกรรมการกำหนดมาตรา 32 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม ป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ในการประกอบกิจการของผู้รับใบอนุญาตอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าและมาตรการเฉพาะที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามลักษณะการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ตามหลักการข้างต้น การประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) จึงให้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 31 เป็นเงื่อนไขการประมูลตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ ในกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ พ.ศ.2556 ข้อ 7.2 กำหนดว่าผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีสิทธิเข้าร่วมการประมูล ต้องไม่เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน การพิจารณาให้เป็นไปตามภาคผนวก ก และ ข แล้วแต่กรณี ภาคผนวก ข ได้บัญญัตินิยาม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ ผู้ถือหุ้นในผู้เข้าร่วมการประมูลเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นมีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้เข้าร่วมการประมูล การถือหุ้นให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า การหารือคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช. ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และนักวิชาการ ที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ของสำนักงาน กสทช. ให้ความเห็นว่าหลักเกณฑ์การประมูล มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องกับผู้เข้าร่วมประมูล และผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ตลอดอายุอนุญาต 15 ปี โดยยึดตามหลักเกณฑ์สำคัญ คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล และผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันในทีวีดิจิทัลประเภทเดียวกัน ต้องถือหุ้นไม่เกิน 10% ห้ามผู้รับใบอนุญาตรายเดียวกัน ถือใบอนุญาตช่องเอชดี และช่องข่าวคู่กัน เพื่อกำกับดูแลการครอบงำกิจการทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ให้มีความหลากหลายด้านการเสนอข้อมูลข่าวสารและการแข่งขัน

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า กรณี บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือเอสแอลซี ผู้ถือหุ้นหลักทีวีดิจิทัล ช่องข่าวสปริงนิวส์ ซื้อหุ้น บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มเอ็นจี สัดส่วน 12.27% เป็นผู้ถือหุ้นหลักทีวีดิจิทัล ช่องข่าวเนชั่นทีวี จึงเป็นกรณีตัวอย่าง บอร์ด กสท. ต้องลงมติชี้ขาดวันที่ 23 มีนาคมนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร มติ กสท.จะเป็นการวางมาตรการและกติกา กำกับดูแลกิจการทีวีดิจิทัลในอนาคต

มติ กสท.ต่อกรณีเอสแอลซี และเนชั่น ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และประกาศ กสทช. ไม่ว่าจะตัดสินอย่างไร ผู้เสียหายจะใช้กระบวนการศาลให้ชี้ขาดเรื่องนี้ จะเป็นบรรทัดฐานให้ กสท. ใช้กำกับดูแลสื่อ น.ส.สุภิญญา กล่าว

ห้ามผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันถือหุ้นเกิน 10%
น.ส.พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประมูลทีวีดิจิทัล กล่าวว่า การพิจารณาผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน และผู้มีอำนาจควบคุม พิจารณาการถือหุ้นและการใช้อำนาจควบคุมในทุกลำดับชั้น ตั้งแต่บริษัทแม่และบริษัทลูก ดังนั้น กรณี เอสแอลซีซื้อหุ้นเนชั่น จึงพิจารณาที่สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแม่ที่เอสแอลซีซื้อเนชั่น 12.27% ไม่ได้พิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต

น.ส.พัฒนาพร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากเกิดขึ้นก่อนประมูล จะถือว่าทั้ง 2 บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันในการเข้าประมูลทีวีดิจิทัลประเภทเดียวกัน ที่ห้ามถือหุ้นเกิน 10% ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ซื้อหุ้นเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยไม่ห้ามการซื้อหุ้น แต่ต้องรายงาน ก.ล.ต. ขณะที่วัตถุประสงค์การตรวจสอบผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันของ กสทช. กำหนดข้อห้ามสัดส่วนการถือหุ้นที่ขัดกับประกาศฯ ประมูลไว้ชัดเจน ว่าไม่สามารถดำเนินการได้



ชี้ใช้เกณฑ์ประมูลผู้รับใบอนุญาต
นายอำนาจ เนตยสุภา อัยการผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่าประกาศฯ หลักเกณ์ประมูลทีวีดิจิทัล อ้างอิงแนวทางการกำกับดูแลการครอบงำกิจการทีวีดิจิทัล ตามมาตรา 31 ซึ่งตามประกาศฯ ได้กำหนดเงื่อนไขการถือหุ้นของผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันไว้ชัดเจน ว่าห้ามให้ถือสัดส่วนเกินเท่าไร ขณะที่การพิจารณาว่า ประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูลฯ มีผลไปจนถึงผู้รับใบอนุญาตหลังประมูลหรือไม่นั้น อาจมีมุมมอง 2 แนวทาง คือ 1.ไม่มีผล เพราะเงื่อนไขดังกล่าวจะสิ้นสุดหลังรับใบอนุญาต และ 2.มีผลบังคับใช้ต่อในกลุ่มผู้ได้รับใบอนุญาต กรณีนี้ต้องพิจารณาว่า ประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูลฯ อ้างอิงแนวทางป้องกันการผูกขาด ตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ ปี 2551 เพื่อใช้ในการกำกับกิจการทีวีดิจิทัล และ กสทช.นำมากำหนดเป็นเงื่อนไขในการประมูล

จะเป็นเรื่องตลก หาก กสทช.ใช้ประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูลฯ มาควบคุมเฉพาะผู้เข้าร่วมประมูล และไม่นำมาใช้หลังประมูล คิดว่า กสท. ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำ ประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูล คงรับรู้อยู่แล้วว่า จะตัดสินใจอย่างไร ให้เกิดประโยชน์กับกิจการสื่อ ประชาชน และการแข่งขันในธุรกิจ ที่ต้องทำให้เกิดความสมดุล และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อหลักเกณฑ์การกำกับดูแล นายอำนาจ กล่าว

เนชั่นจ่อฟ้อง กสท.หากไม่ยึดเกณฑ์ประมูล
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์วิชั่น จำกัด (เอ็นเอ็นวี) ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล บริษัทในเครือเนชั่น กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กสท. วันที่ 23 มีนาคมนี้ หาก กสท.ยังไม่พิจารณากรณีเอสแอลซีซื้อหุ้นเนชั่น สัดส่วน 12.27% ซึ่งที่ปรึกษากฎหมาย กสทช. และนักวิชาการ ต่างให้ความเห็นแล้วว่า เป็นการถือหุ้นขัดประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูลรวมทั้งกรณีที่บอร์ด กสท.มีมติว่าการซื้อหุ้นของเอสแอลซี สามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดกับประกาศฯ หลักเกณฑ์ประมูล เนชั่นจะฟ้องร้อง กรรมการ กสท. ที่มีมติดังกล่าวต่อศาลปกครอง

สิ่งที่เกิดกับเนชั่น หลายคนพูดกันว่า เนชั่นมโนไปเองหรือไม่ เรื่องการเข้ามาซื้อหุ้นของเอสแอลซี และกลุ่มที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเนชั่น เป็นการถูกครอบงำกิจการชัดเจนที่สุด เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงการซื้อหุ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ กล่าว

ผู้บริโภคจี้ กสท.เคาะมติ
นางสุวรรณา จิตประภัสสร์ ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า องค์กรผู้บริโภคมีความเป็นห่วงต่อแนวคิดการครอบงำกิจการสื่อ ต่อกรณีการซื้อหุ้นเนชั่นของเอสแอลซี ซึ่งเข้าข่ายขัดประกาศฯ หลักเกณฑ์การประมูล โดยได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีนี้กับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คำตอบจาก กสท. และทำให้ภาคประชาชนรู้สึกผิดหวัง เพราะ กสท.เป็นฝ่ายกำกับดูแลและต้องทำกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน หาก กสท.ไม่ใช่อำนาจที่มีอยู่ตัดสิน จะส่งผลให้เกิดวิกฤติศรัทธาในองค์กรกำกับดูแล และผลกระทบต่อกิจการสื่อที่จะเกิดกรณีการครอบงำกิจการสื่อ และจำกัดการรับรู้ข้อมูลที่หลากหลายของประชาชน

นางสุวรรณา กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าว กสท. ซึ่งมีอำนาจโดยตรงต่อการพิจารณากรณีการซื้อหุ้นเนชั่น ของเอสแอลซี ต้องพิจารณาออกมติว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ หาก กสท. และ กสทช. ไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการกำกับดูแลการครอบงำกิจการสื่อ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และประกาศฯ กสทช. ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 48 ที่ได้ระบุเนื้อหาการกำกับดูแลประเด็นการครอบงำกิจการสื่อทั้งด้านสัดส่วนการถือหุ้น และทางพฤติกรรม ไว้ชัดเจน เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ จะส่งผลต่อการกำกับของ กสทช.ทันที

ข่าวล่าสุด