ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ 14 มี.ค. หลังจากที่มีโครงการขยายถนนสายน่าน-ท่าวังผา ในระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร โดยการปรับขยายพื้นผิวจราจรจาก 9 เมตรเป็น 12 เมตร ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างขยายถนน 4 เลนของกรมทางหลวง ที่ตัดผ่านจังหวัดน่าน ไปออกสู่ถนนสายน่าน-ทุ่งช้าง มุ่งสู่ด่านห้วยโก๋น เชื่อมสู่ ส.ป.ป.ลาว เส้นทางดังกล่าวจะต้องตัดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ ซึ่งมีต้นไม้ขนาดใหญ่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ที่ผ่านมาได้มีการคัดค้านการตัดต้นไม้ในบริเวณดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการนัดหมายเพื่อทำประชาพิจารณ์กันในวันที่ 18 มีนาคม นี้ ล่าสุดในโลกออนไลน์มีการแจ้งว่ามีการทยอยตัดต้นไม้ในบรเวณใกล้เคียงกับอุโมงค์ต้นไม้ไปบ้างแล้ว
นางสาว อนันตา อินทรอักษร แกนนำกลุ่มบิ๊กทรี กล่าวว่าหลังจากที่เครือข่ายกลุ่มบิ๊กทรี ได้เป็นตัวแทนศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน และคนเมืองน่าน ยื่นหนังสือร้องเรียนกรรมาธิการสนช. เพื่อพิจารณาเก็บอุโมงค์ต้นไม้ประวัติศาสตร์เมืองน่านบางส่วนไว้ โดย ให้ชะลอโครงการตัดต้นไม้ริมทางหลวง 1080 ได้มีการลงพื้นที่ และจะหาทางออกร่วมกันระหว่างแขวงการทางน่านที่ 2 และเครือข่ายประชาคมน่าน โดยจะทำการประชาพิจารณ์ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ข้อเรียกร้องดังกล่าวเพื่อเก็บอุโมงค์ต้นไม้เส้นประวัติศาสตร์ของทางหลวงหมายเลข 1080 น่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ
โดยข้อให้การเก็บอุโมงค์ต้นไม้ และต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของจังหวัดน่านในช่วงอุโมงค์ต้นไม้ผาสิงห์ ต้นไม้ระหว่าง กม.ที่ 379 ถึง กม. ที่ 386 ซึ่งเป็นต้นสัก ประดู่ เชื่อมกับอุโมงค์ต้นไม้จามจุรีที่มีความสมบูรณ์และสวยงามที่สุดในจังหวัดน่านอุโมงค์ต้นไม้ท่าวังผา เขตอำเภอท่าวังผา บ้านปง-ฝายมูล ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และอุโมงค์ต้นไม้ปัว-เชียงกลาง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งในส่วนของอุโมงค์ต้นไม้ปัว - เชียงกลาง ได้ถูกตัดไปก่อนที่จะมีการทำประชาพิจารณ์ ในวันที่ 18 มีนาคมนี้
ทั้งนี้การดำเนินการตัดต้นไม้ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่เป็นอุโมงค์ต้นไม้ ควรทำหลังจากที่ได้ประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ควรดำเนินการก่อน จึงคาดว่าการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ผลจะออกมาไม่เป็นที่พอใจอย่างแน่นอน การดำเนินการตัดต้นไม้ในบริเวณดังกล่าวเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เนื่องจากต้นไม้ที่ตัดมีขนาดใหญ่จากการสำรวจต้นไม้ใหญ่อุโมงค์ต้นไม้ระยะทาง1km. จากหลัก 383-384รวมทั้งหมด 439 ต้น เส้นรอบวงเล็กสุด 60 ซม., ใหญ่ 350 ซม.ทุกต้นอยู่ในช่วง 6 เมตรจากสุดขอบไหล่ทาง ทั้ง2ด้านราคาท้องตลาด ต้นจามจุรี ราคาล้อมไปปลูก 20,000 บาท มี 48 ต้น ทั้งหมดมูลค่า 960,000 บาท สัก 1 ต้นจะมีราคาเฉลี่ยเมื่อแปรรูปแล้วต่อต้น 110,000 บาท ระยะ 800 เมตร กม. 383 มี 193 ต้น เป็นจำนวนเงิน 21,230,000 บาท ซึ่งหากตัดลงทั้งหมดตลอดเส้นทางที่จะมีการขยายถนนจะมีต้นไม้หลายพันต้น จึงมีมูลค่าหลายล้านบาท
นาง เพลินจิต พ่วงเจริญ ผู้ใหญ่บ้านมหาโพธิ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านการตัดต้นไม้กว่า 20 คน ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่จริงว่ามีการตัดต้นไม้จริงหรือไม่เบื้องต้น พบว่าบริเวณเส้นทางที่บ้านห้วยยื่น ที่เป็นเส้นทางติดกับบ้านผาสิงห์ ต.บ่อ อ.เมือง จ.น่าน ถูกตัดต้นไม้ไปหมดแล้ว ในระหว่างรอการทำประชาพิจารณ์นี้พบว่ามีต้นไม้ถูกตัดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. จำนวนกว่า 50 ต้น ทั้งนี้ชาวบ้านต่างเกรงว่าเมื่อถึงวันที่ 18 มี.ค.พื้นที่อุโมงค์ต้นไม้ที่บ้านผาสิงห์จะถูกตัดจนหมด โดยที่ยังไม่ได้ทำประชาพิจารณ์ ขณะนี้ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกันเพิ่มมากขึ้น หากยังมีการตัดต้นไม้ต่อไปคาดว่าจะมีการปะทะกันอย่างแน่นอน