เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจ....ยังไม่ชี้ชัดปมสังหารพระหมอ

02 มี.ค. 2558 | lastman

ตำรวจ....ยังไม่ชี้ชัดปมสังหารพระหมอ

กรณีคนร้ายบุกสังหารโหด พระอาจารย์บัณฑิต สุบัณฑิโต หรืออดีตนายแพทย์บัณฑิต สงวนแก้ว อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตอสีเสียด ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี เสียชีวิต ขณะกลับจากบิณบาต เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด จนท.ได้ส่งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหาหัวกระสุน แต่ไม่พบ เพราะมีการเกรดถนนไปแล้ว เบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดถึงสาเหตุ แต่ยืนยันเป็นพระปฏิบัติดี




ความคืบหน้าคดียิงพระอาจารย์บัณฑิต ทางตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ของตำรวจภูธร จ.อุดรธานี และจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ พร้อมกำลังทหารจาก มทบ. 24 ได้ลงพื้นที่เพื่อหาหัวกระสุน ที่คนร้ายยิงทะลุร่างของพระอาจารย์ เพื่อต้องการทราบว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนชนิดไหน แต่การค้นหามีปัญหา



เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา กลุ่มลูกศิษย์ได้นำรถมาเกรดถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้ถนนราบเรียบ อำนวยความสะดวกให้กับบรรดาลูกศิษย์ที่จะเข้าไปคารวะศพ ทำให้ยังไม่สามารถหาหัวกระสุนพบ ส่วนกระสุนที่ฝังในร่างพระอาจารย์ ทางพระพ่อของพระอาจารย์บัณฑิตฯ ยืนยันว่าไม่ให้ผ่าศพ ทำให้ตำรวจยังไม่ทราบว่าเป็นปืนชนิดไหน ที่ใช้ในการก่อเหตุ



ส่วนบรรยากาศที่วัดป่าตอสีเสียด ที่ศาลาใหญ่ภายในวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของพระอาจารย์บัณฑิตฯ กลุ่มลูกศิษย์ ที่เป็นพระและฆราวาส ต่างทยอยเดินทางมากราบเคารพศพพระอาจารย์บัณฑิตฯ ที่ตั้งอยู่ โดยลูกศิษย์ส่วนใหญ่ที่เดินทางมาถึงได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่พระอาจารย์ถูกยิง



ลูกศิษย์ใกล้ชิดกับพระอาจารย์บัณฑิตฯ บอกว่า วันนี้ทางคณะศิษย์ได้เร่งปรับพื้นที่ เพื่อทำการสร้างเมรุชั่วคราว ในพื้นที่ บริเวณหน้าวัด ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ฌาปนกิจศพของพระอาจารย์ โดยกำหนดฌาปนกิจเวลา 13.00 น. วันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.) มีพระอาจารย์อินถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์



ลูกศิษย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพระอาจารย์ไม่เคยพูดถึงเรื่องภายนอก ไม่เคยบ่นไม่เคยเปรยอะไรให้ใครได้รับฟัง และยังไม่เคยพูดเรื่องปัญหาต่าง ๆ ทำให้ลูกศิษย์ไม่รู้เรื่องของภายนอก เคยสอบถามท่านก็ถูกดุ บอกว่าอยู่วัดให้พูดแต่เรื่องธรรมะไม่ให้พูดเรื่องอื่น ทำให้ไม่มีใครรู้ปัญหาและสาเหตุของการถูกยิงในครั้งนี้



ขณะที่ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สรรธาน อินทร์จักร รักษาการ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้เข้าร่วมประชุมทางไกลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.วัฒนา สักกวิตร ผช.ผบ.ตร.เป็นประธาน เพื่อรายงานข้อเท็จจริงคดี 2 คนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงพระบัณฑิตฯ



พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเป็นคดีอุฉกรรจ์เทือนขวัญ ประชาชนให้ความสนใจมาก วันนี้ในการประชุมทางไกลกับ สนง.ตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องรายงานเรื่องนี้อย่างและเอียด พร้อมตอบข้อซักถาม ขณะเดียวกันก็มีตำรวจกองปราบ และตำรวจสืบสวนภูธร ภาค 4 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ ติดตามคดีนี้ตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งก็จะมีการประสานงานกับ ทีมสืบสวนของ สภ.เมืองอุดรธานี และ ภ.จว.อุดรธานี ที่ตั้งไว้ติดตามคดีอีก 4 ชุด

ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า สอบปากคำพยานไปแล้ว 4-5 ปาก ยืนยันคนร้ายน่าจะมากัน 2 คน คนหนึ่งเป็นคนขับ อีกคนนั่งมาตอนท้ายเป็นคนยิง และเล่าว่ามีรถเหมือนของคนร้าย เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ การลงมือของคนร้ายเหมือนมืออาชีพ ซึ่งในพื้นที่ไม่มีมืออาชีพ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางเข้าออก 3 ทิศทาง คือ ออกมาด้านถนนมิตรภาพ ออกมาด้าน อ.หนองแสง และออกมาด้านถนนอุดรฯหนองบัวลำภู โดยจะตรวจสอบย้อนหลังไปถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์



ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่ดินของวัดจะเป็นสาเหตุหรือไม่ พล.ต.ต.ชัยญัติ ตอบว่า กำลังดูว่าพระบัณฑิตฯมีกิจกรรมอะไรบ้าง สิ่งนั้นได้ไปขัดแย้งกับใครหรือไม่ เราต้องเจาะลึกลงไปในรายละเอียด เรื่องที่ดินวัดก็เป็นกิจกรรมหนึ่ง โดยที่ดินส่วนใหญ่พ่อแม่ญาติพี่น้องยกให้ อีกส่วนชาวบ้านศรัทธาจัดหาเพิ่มให้ โดยไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาว มีแต่เรื่องการเข้าใจผิด



ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ญาติพระบัณฑิตฯไม่ต้องการให้ ตร.ผ่าเอาหัวกระสุนที่เป็นหลักฐานสำคัญ จะเป็นปัญหากับคดีหรือไม่ พล.ต.ต.ชัยญัติฯ ตอบว่า กำลังเร่งหาหัวกระสุนโดยส่ง จนท.อีโอดี และขอความร่วมมือ ตชด.นำเครื่องตรวจหาโลหะ หาหัวกระสุนทะลุ ส่วนอีกหัวให้เครื่องเอ็กซเรย์ตรวจ พบว่ายังฝังอยู่ภายใน จะต้องคุยกับญาติขอนำมาเป็นหลักฐาน ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจน



ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ บก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ได้เดินทางมาตืดตามความคืบหน้าของคดี โดยเรียกประชุมตำรวจทุกชุด รายงานความคืบหน้าของคดี โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที



หลังจากนั้น พล.ต.ท.บุญเลิศฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ตำรวจทุกชุดเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด ทั้งจากที่เกิดเหตุ และพยานแวดล้อม ประจักษ์พยานทุกคน ซึ่งก็มีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เราก็ต้องแก้ไขปัญหากันไป ซึ่งน่าจะคลี่คลายคดีได้



ส่วนการไม่ได้ตรวจหัวกระสุนว่าเป็นชนิดไหน ตำรวจเรามีอำนาจตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกมาตรวจได้ เรามีอำนาจตามกฎหมายอยู่ ซึ่งต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์ให้มากที่สุดในการรวบรวมพยานหลักฐาน จะยังไม่ตัดประเด็นต่าง ๆ ทิ้ง อีกทั้งผู้เสียชีวิต เป็นพระสงฆ์ที่ปฎิบัติเคร่งครัด เป็นถึงเจ้าอาวาสวัด ถ้าเราไปกล่าวอ้างอะไรที่เกิดกระทบเสียชื่อเสียง เพราะท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฎิบัติ เราต้องระวัง หากชี้ชัดลงไปไม่ระวัง จะทำให้เกิดความเสียหายได้

ข่าวล่าสุด