เมื่อเวลา 11.30 น. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่า ขณะนี้ค่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง เอไอเอส ดีแทค และ ทรู มูฟ ได้จัดโปรโมชั่นใหม่โดยคิดค่าบริการเป็นวินาที
ซึ่งสปช.คำนวณแล้วพบว่า ผู้บริโภคจะต้องจ่ายค่าบริการแพงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งสิทธิประโยชน์ก็ลดลงด้วยเมื่อเปรียบเทียบกับแพคเก็จเดิมที่ไม่คิดค่าโทรเป็นวินาที เช่น แพคเก็จ ISECOND 345 บาท ซึ่งโทรได้แค่ 80 นาที หรือนาทีละ 4.31 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับแพ็คเก็จเดิม ISMART 399 บาท ที่จะโทรได้ถึง150 นาที หรือนาทีละ 2.66 บาท เมื่อคำนวณดูแล้วผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น 62 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่เดิมทีในระบบ 2G นั้น กสทช.กำหนดราคาขั้นสูงไว้เพียง 99 สตางค์ต่อนาทีเท่านั้น นอกจากนี้โปรโมชั่นดังกล่าวที่ออกมายังมีความซ้ำซ้อน ยากที่ผู้บริโภคจะเข้าใจ
น.ส.สารี กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่เกินความคาดหมายของ สปช.ที่เคยเสนอแจ้งต่อ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อปฏิรูปโดยคิดค่าโทรศัพท์ตามที่ใช้งานจริง ห้ามปัดเศษวินาทีเป็นนาที แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กสทช.ไม่เร่งออกหลักเกณฑ์มาเพื่อกำกับดูแลผู้บริโภค
ดังนั้น กสทช.ต้องเร่งประกาศหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลป้องกันการถูกเอาเปรียบของผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดย กสทช.ควรรวมเรื่องการคิดค่าโทรศัพท์เป็นวินาทีให้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในการประกาศ การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมโดยการอาศัยการใช้เครือข่ายหรือโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งกำลังจะมีการจัดการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 12 มีนาคมนี้ด้วย
นอกจากนี้ สปช.ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังพิจารณา พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อปรับปรุงกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคให้ชัดเจน และเสนอให้ กสทช.ใช้มาตรการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคอีกด้วย