เนชั่นทีวี

ข่าว

"อภิสิทธิ์" เปิดฟลอร์จี้แก้กม. ชี้อุตฯปิโตรเคมีทำราคาก๊าซพุ่ง

20 ก.พ. 2558 | nation_ent

"อภิสิทธิ์" เปิดฟลอร์จี้แก้กม. ชี้อุตฯปิโตรเคมีทำราคาก๊าซพุ่ง

20 ก.พ. 2558 - เริ่มเวทีเสวนาสัมปทานฯรอบ21 จัดตัวแทนฝ่ายรัฐและภาคปชช.ฝ่ายละ4คนดีเบต อภิสิทธิ์เปิดฟลอร์จี้แก้กม. ระบุอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทำราคาก๊าซพุ่ง

เมื่อเวลา 09.35 น. ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล เป็นการเริ่มเปิดเวทีเสวนาและถ่ายทอดสดเวทีเสวนาเรื่อง เดินหน้าประเทศไทยเพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน ในประเด็นเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งจัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในการเปิดเสวนาและรับฟังความคิดเห็น
ในเวทีดังกล่าวมีการเชิญตัวแทนฝ่ายรัฐ ฝ่ายภาคประชาชนเข้าร่วมเวที โดยตัวแทนฝ่ายรัฐนำโดยนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายศิริพงษ์ ศุภกิจจานุสรณ์ นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายบรรยง พงษ์พานิช ขณะที่ฝั่งภาคประชาชน นำโดย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี นายนพ สัตยาศัย และนางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว. ร่วมการเสวนา รวมทั้งยังมีประชาชนเข้าร่วมรับฟัง และบุคคลสำคัญเข้าร่วมเวที อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกกกลุ่มกปปส. นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปด้านพลังงาน ฯ โดยมีนายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ ผู้ดำเนินรายการ เถียงให้รู้เรื่อง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
ซึ่งนายอภิรักษ์ได้ชี้แจงกติกาในการเสวนาที่มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองฝ่ายว่าฝ่ายรัฐคิดว่าน่าจะมี9ข้อที่จะแลกเปลี่ยนกัน แต่ฝ่ายภาคประชาชนบอกว่ามี2ข้อ เท่านั้น โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้เวลารวมฝ่ายละ 90นาที หรือ 1 ชั่วโมง 30 นาที ในการนำเสนอ โดยไม่พาดพิงบุคคลอื่นที่อยู่ภายนอก และถ้ามีการข้อใช้สิทธิ์แย้งหรือค้านก็อาจจะถามตนว่าอยากจะขอแย้งจะเห็นชอบหรือไม่เพราะต้องเข้มงวดเรื่องเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวเปิดการเสวนาสั้นๆโดยย้ำว่าได้รับมอบหมายจากพลเอกประยุทธ์ให้มารับฟังเพื่อนำเรียนนายกฯต่อไปจากนั้นนายอภิสิทธิ์ถูกเชิญให้ขึ้นไปนำเสนอข้อคิดเห็นเป็นคนแรกที่โพเดียมด้านล่างเวทีเสวนา โดยนายอภิสิทธิ์ใช้เวลาในการนำเสนอนานประมาณ 15 นาที โดยระบุว่า ตนขอบคุณนายกและรัฐบาลที่จัดเวทีวันนี้ หวังว่าทุกฝ่ายจะมีเจตนารมร่วมกัน คือหาทางออกด้านพลังงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรและจัดหาพลังงานให้เป็นธรรม หวังว่าจะเป็นเวทีหาทางออกและสร้างความหวังให้กับทุกคน เพราะประเด็นพลังงานเป็นปมขัดแย้งในสังคม และไม่ประสงค์จะเห็นเวทีนี้เป็นลักษณะของการทะเลาะเบาะแว้งนายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอเวลาถ่ายทอดความรู้สึกที่เป็นคนหนึ่งที่ว่าประเด็นพลังงานเป็นปมความขัดแย้ง จนมีเสียงเรียกร้องว่าจะต้องมีการปฏิรูปในกรอบของการปฏิรูปประเทศ และรธน.ชั่วคราวยังบัญญัติว่าด้านที่จะปฏิรูปก็คือพลังงาน แต่ประชาชนยังต้องการเห็นการจัดสรรให้เกิดประโยชน์เพราะยังมีจุดอ่อน ทั้งนี้ตนอยากให้ตระหนักถึงลักษณะพิเศษของธุรกิจพลังงานที่มีการผูกขาดสูงมาก รัฐจึงมีบทบาทสำคัญว่าในการดูแลกลไกลตลาดและภาคประชาชน ก็มีสิทธิ์ดูแลประโยชน์ในฐานะประชาชนที่จะอนุญาตให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ สองธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม อดีตมีหลายชุมชนต้องประสบปัญหาจากการประกอบกิจการด้านพลังงาน จึงหวังว่าจะได้รับการดูแลเป็นธราม โดยมีกลไกมีประสิทธิภาพ สามธุรกิจพลังงานส่งผลกระทบต่อการยังชีพของประชาชน ทั้งการขนส่งที่เป็นต้นทุนของสินค้า การประกอบอาหารก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าที่ทำให้คนสนใจเรื่องพลังงานมากขึ้นเพราะในสถานการณ์ปัจจุบันไม่น่าเชื่อว่าราคาพลังงานโลกลดลงครึ่งหนึ่งแต่คนไทยต้องใช้รถเมล์ แทกซี่ ซื้อข้าวแกงแพงขึ้น เศรษฐกิจฝืดเคืองซบเซา แต่ดัชนีกลับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้มีเวทีกำหนดยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ดังกล่าว คือทำให้ประสิทธิภาพในการให้เอกชนเข้ามาบริการจัดการ ให้มีความ มั่นคงดานพลังงาน และมีความเป็นธรรมในเรื่องของการจัดการด้านพลังงาน ดังนั้นวันนี้ไม่ใช่เวทีที่มาเถียงว่าสัมปทานจะแบ่งเงินหรือแบ่งผลิตอะไรดีกว่ากัน ไม่ใช่ว่าเถียงว่าจะเก็บแก๊สไว้ใต้ผืนดินหรือเอาออกมาอดีตนายกฯ กล่าวอีกว่า กฎหมายปิโตรเลียมบังคับใช้มาเมื่อ44ปีที่แล้ว ขณะนั้นเราไม่มีประสบการณ์ ขาดความรู้และกำลังในการสำรวจปิโตรเลียมไม่มี จึงต้องให้เอกชนมาดำเนินการทั้งหมดและต้องอาศัยเอกชน แต่44ปี ผ่านไปเรามีประสบการณ์ในเรื่องของการสำรวจและมีแหล่งสำรอง เราจึงควรมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นและจัดสรรผลประโยชน์ให้ส่วนรวมมากขึ้น และ44ปีที่แล้ววิสาหกิจที่มาจัดการด้านพลังงานภาครัฐเป็นของภาครัฐที่รัฐเป็นเจ้าของ100% แต่วันนี้เป็นของภาคเอกชนหรือผู้ถือหุ้นบริษัทสำรวจก็เข้าไปสู่ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นหลักคิดที่ว่าให้เอกชนบริหารพลังงานแล้วเราจะเก็บรายได้แล้วรายได้จะกลับคือมาสู่เจ้าของได้หรือไม่ ดังนั้นมีเหตุผลอะไรที่ต้องกลับไปให้เอกชนรับสัมปทาน ซึ่งเป็ยข้อเสนอที่เราประสงค์จะได้คำตอบและเรามีเหตุผลอะไรที่จะไม่แก้ไขกฎหมายในประเด็น
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้กฎหมายปิโตรเลียมว่า การแก้ไขกฎหมายไม่ได้ใช้เวลานาน คิดว่าประมาณครึ่งปีการแก้จะแล้วเสร็จ เพื่อ 1.เพิ่มสิทธิให้ประชาชนและชุมชนในการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ เพื่อช่วยลดความขัดแย้งความตึงเครียด 2.มีเหตุผลอะไรที่จะไม่แก้ไขกฎหมายให้รัฐบาลไทยมีทางเลือกมากขึ้น 3.มีเหตุผลอะไรที่จะไม่แก้ไข เพราะระบบที่ทำอยู่เราอาจจะบอกว่าคนสำรวจเขารับความเสี่ยง แต่กติกาที่เป็นอยู่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือรายเดิมทำให้การแข่งขัน ทำให้เงื่อนไขที่รัฐจะได้รับผลตอบแทนก็จะน้อยลง 4.มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่แก้ไขกฎหมายเพื่ออุดช่องว่างช่องโหว่ต่างๆ และ5.เราจะต้องแก้ไขเรื่องของการขัดกันของผลประโยชน์ให้ได้
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังทิ้งข้อเสนอแนะในตอนท้ายว่า สังคมบอกว่าประเทศไทยใช้ก๊าซเยอะจนต้องนำเข้า แต่สังคมไม่ทราบหรือว่าย้อนไปถึงปี 2551 นั้นประชาชนใช้ก๊าซเพิ่มขึ้นแค่ปีละร้อยละ5 ตามสัดส่วนที่จะเป็นและเราจัดหาได้เพื่อใช้ให้เพียงพอได้อีกนาน แต่เพราะมีการใช้ก๊าซผิดวัตถุประสงค์อื่นคือ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ใช้ก๊าซเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 ดังนั้นเรื่องนี้ใครต้องรับผิดชอบ

ข่าวล่าสุด