Sharing Economy ในธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย MVNO
20 ก.พ. 2558 | nation_ent

การส่งเสริม Sharing Economy ในธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย MVNO : ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วน
ข่าว
20 ก.พ. 2558 | nation_ent

การส่งเสริม Sharing Economy ในธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย MVNO : ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วน
วิเคราะห์ปัญหาตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันและทางออกของประเทศไทยปัจจุบันตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 3 ราย โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ค่าดัชนี HHI ที่ใช้วัดสภาพการกระจุกตัวของตลาด ยังชี้ให้เห็นว่าสภาพการแข่งขันในตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยนั้นต่ำและไม่มีประสิทธิภาพ โดยหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ASEAN จะพบว่าตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยนั้น มีสภาพการแข่งขันที่ต่ำกว่าในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่มีผู้ประกอบการในตลาดรายใหญ่มากกว่า 3 ราย ระดับการแข่งขันที่ต่ำและไม่มีประสิทธิภาพเช่นนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภคและระบบเศรษฐกิจโดยรวมในหลายๆ ด้าน เช่น อัตราค่าบริการที่อยู่ในระดับสูง หรือคุณภาพของการให้บริการที่ต่ำ
อย่างไรก็ตามในการสร้างให้เกิดผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่รายใหม่ขึ้นในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากสภาพตลาดมีความอิ่มตัวสูง (ปัจจุบันอัตราการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยอยู่ที่ 145% ต่อจำนวนประชากร) ดังนั้นการลงทุนในทรัพยากร เช่น การเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ หรือสร้างโครงข่ายที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงจึงมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่สูงมาก ทางเลือกที่ดีกว่าและมีการนำมาใช้อย่างประสบผลสำเร็จในหลายประเทศที่มีระดับการแข่งขันที่ดีคือการสนับสนุนให้เกิด MVNO (Mobile Virtual Network operator)จากข้อมูลของต่างประเทศพบว่าเกือบทุกประเทศใน EU จะมีผู้ให้บริการ MVNO อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ในสหราชอาณาจักรที่มีจำนวน MVNO มากกว่า 40 ราย และในขณะเดียวกัน MVNO ในหลายๆ ประเทศก็มีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ในระดับที่สูง เช่น เนเธอร์แลนด์ (38%) เยอรมันนี (35%) สหราชอาณาจักร (16%) ฝรั่งเศส (11%) สเปน (11%) เป็นต้น นอกจากนี้จะสังเกตได้อีกว่า เกือบทุกประเทศใน EU จะมี MVNO รายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 1% จึงทำให้สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ MNO ได้ในหลายๆ segment ของตลาด
MVNO จะส่งผลดีต่อประเทศอย่างไรการส่งเสริมการให้บริการ MVNO จะส่งผลดีในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าบริการและคุณภาพที่ดีกว่า รวมถึงการนำไปต่อยอดนวัตกรรมอื่นๆ ได้ นอกจากนี้แล้วการให้บริการ MVNO ยังสามารถเจาะกลุ่มผู้ใช้บริการได้ดีกว่าอีกด้วย เมื่อมองในระดับประเทศจะพบว่าการส่งเสริมให้บริการ MVNO จะเป็นการใช้กำลังการผลิตที่เหลืออยู่มาใช้ประโยชน์และเพิ่มรายได้ให้รัฐกรณีที่ผู้เช่าโครงข่ายเป็นรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับธุรกิจอื่นๆ และการแข่งขันกับตลาดโลกจากต้นทุนการติดต่อสื่อสารที่ลดลงอีกด้วย
หากสภาพและโครงสร้างตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นเช่นเดิมอยู่จะส่งผลเสียต่อหลายด้านไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการและธุรกิจที่ต้องแบกรับอัตราค่าบริการที่สูง คุณภาพบริการที่ไม่ดีเท่าที่ควร การเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการเฉพาะกลุ่มอาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน รวมถึงการที่ผู้ให้บริการได้รับผลประโยชน์ระดับที่สูงจากระดับการแข่งขันที่ไม่เพียงพอในปัจจุบันได้สำหรับประเทศไทย การสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการให้บริการ MVNO อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ MVNO รายใหญ่ เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างให้เกิดสภาพการแข่งขันที่ดีขึ้น ซึ่งผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตอยู่ใน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่รัฐควรจะต้องเร่งดำเนินการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยเร็วภายใต้แนวคิด เอกชนดำเนินการ รัฐอำนวยการ การที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น การเกิดผู้ให้บริการ MVNO มากขึ้นจะเป็นส่วนช่วยผลักดันได้ นอกจากนี้รูปแบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในยุคดิจิตอลจะมีลักษณะแบบ Sharing Economy มากยิ่งขึ้น นั่นคือการที่ภาคส่วนต่างๆ จะมีการเชื่อมเข้าหากันและใช้ทรัพยากรร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันและการเจริญโตเติบทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ต่อไป