เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไพบูลย์" ยกพระลิขิต "พระสังฆราช" อ้าง "ธัมมชโย" ปาราชิกแน่นอน

19 ก.พ. 2558 | nation_ent

"ไพบูลย์" ยกพระลิขิต "พระสังฆราช" อ้าง "ธัมมชโย" ปาราชิกแน่นอน

รัฐสภา / 19 ก.พ.58 --- ไพบูลย์ ยก พระลิขิต พระสังฆราช อ้าง ธัมมชโย ปาราชิกแน่นอน เตรียม ปฏิรูปพุทธศาสนา ตั้ง องค์กรถ่วงดุล มหาเถรสมาคม

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูป แนวทางและมาตรการปกป้อง พิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา กล่าวถึงกรณีของพระธัมมชโย(ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย ถือเป็นปัญหาต่อกิจการพุทธศาสนาในประเทศไทย ทั้งนี้การประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 ก.พ.) ที่ประชุม จึงได้เชิญตัวแทนจากสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งมากันทั้งหมด 10 คนเข้ามาร่วมประชุมด้วย โดยมีการหารือถึงพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชซึ่งมีจำนวน 5 ฉบับว่ามีความเป็นมาอย่างไรนายไพบูลย์ กล่าวว่า ทางตัวแทนจากสำนักพระพุทธศาสนา ได้นำเอกสารมายืนยันว่าพระลิขิตที่เข้าสู่ระบบนั้น มีจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่พระลิขิตที่เข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 26 เม ย. 2542 ,วันที่ 1 พ.ค. 2542 และ วันที่ 10 พ.ค. 2542 ซึ่งทั้ง 3 ฉบับนั้นได้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถระสมคมเมื่อวันที่ 10 พ.ค. และที่ประชุมมหาเถรสมาคมรับรองพระดำริทั้ง 3 ฉบับ จึงหมายความว่าพระลิขิตทั้ง 3 นั้นเป็นของจริง ถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทางมหาเถรสมาคมก็จะต้องปฏิบัติตามนายไพบูลย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของพระลิขิตทั้ง 3 ฉบับนั้น ในฉบับวันที่ 26 เม.ย. สมเด็จพระสังฆราชได้ชี้ให้เห็นว่าการกระทำของพระธัมมชโย เป็นการกระทำที่บิดเบือนต่อคำสอนพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่พระสงฆ์ เป็นความผิดตามอนันตริยกรรม ต้องโทษปาราชิก และในกรณีที่นำเอาที่ดินที่มีการบริจาคมอบให้วัดไปเป็นของตัวเองนั้นก็ต้องปาราชิก พ้นจากความเป็นพระไปในทันทีเช่นกันนายไพบูลย์ กล่าวว่า จากนั้นในวันที่ 1 พ.ค. ตนเข้าใจว่าทางมหาเถรสมาคมมีการประชุมแต่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ เพราะไปมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ดังนั้นในพระลิขิตในวันที่ 1 พ.ค. จึงมีเนื้อหายืนยันว่าเป็นกรณีของวัดพระธรรมกาย แต่ก็ยังไม่ชัดเจน สมเด็จพระสังฆราชจึงมีพระลิขิตฉบับวันที่ 10 พ.ค. มีเขียนไว้เป็นข้อสังเกตความว่า เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งคำว่าอดีตในพระลิขิตนั้น ก็แสดงให้เห็นว่าทางสมเด็จพระสังฆราชเห็นว่าพระธัมมชโยไม่ใช่พระแล้วจึงใช้คำนี้ ดังนั้นเมื่อมติมหาเถระสมาคม ได้มีมติรับรองพระลิขิตทั้ง 3 ฉบับแล้วนั้น ก็ต้องมีผลปฏิบัติให้เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าพระธัมมชโยก็ยังสามารถห่มเหลืองได้ และเมื่อไม่นานมานี้ยังได้รับการเลื่อนสมณยศด้วยนายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าถ้าหากมีการดำเนินการให้พ้นจากความเป็นพระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นตนในฐานะที่จะต้องตรวจสอบ แนวทางมาตรการปกป้องพระพุทธศาสนา ก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่สามารถทำความชัดเจนได้โดยผ่านทางมหาเถรสมาคมกรณี พ.ร.บ.สงฆ์ ก็แสดงว่า พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ. 2505 น่าจะมีปัญหา ต้องนำมาปรับปรุง แต่ก็เชื่อว่ามหาเถรสมาคม จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งออกไปนายไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางนั้น คณะกรรมการกำลังรวบรวมข้อมูลต่างให้ครบถ้วนๆ และทำเรื่องส่งไปยังมหาเถรสมาคมต่อไป เช่น ในสัปดาห์หน้าจะเชิญสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอข้อมูลการนำเงินของประชาชน ที่ฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไปให้กับวัดพระธรรมกาย ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร จากนั้นจะดำเนินการสรุปและส่งไปยังมหาเถรสมาคม สำนักพระพุทธศาสนา และส่งไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไปผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นพระของพระธัมมชโยหมดไปหรือยัง หรือต้องมีกระบวนการชี้ขาดอีก นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพระธรรมวินัย เมื่อพ้นจากความเป็นพระก็ถือว่า มีผลในทันทีผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพ้นจากความเป็นพระ กรณีที่รับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ก็จะถือว่าไม่ได้รับในนามของศาสนา จะเข้าข่ายกรณีฆราวาสหรือไม่ นายไพบูลย์ ตอบว่า ก็แน่นอน ถ้าอย่างนั้นจะมี 2 ความผิด คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา เรื่องการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ส่วนกรณีสหกรณ์คลองจั่น ถ้าไม่ใช่พระสงฆ์ ก็จะเป็นความผิดฐานร่วมกันกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ก็ต้องไปหาข้อสรุปกันอีกที อย่างไรก็ตามคณะกรรมการจะศึกษาแนวทาง มาตรการ หากพบประเด็นที่จะทำให้มีผลเสียต่อกิจการพระพุทธศาสนา ทางคณะกรรมการก็จะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ส่งเรื่องไป ปปง.นั้นครอบคลุม รวมถึงกรณีที่พระสงฆ์พ้นจากความเป็นสงฆ์ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับคดีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การเชิญ ปปง.มาพบในวันจันทร์ก็จะถามเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน กรณีของพระธัมมชโยซึ่งรวมถึงพระอีก 1 รูปในวัดธรรมกายซึ่งเป็นพระครูปลัดผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการชี้มูลและมีความผิดจริง จะส่งผลไปถึงการยุบวัดพระธรรมกายหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องดำเนินต่อไป แต่สิ่งที่ดีคือทางพุทธศาสนิกชนที่ไปปฏิบัติธรรมในวัดพระธรรมกาย จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามธรรมวินัยและสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงชี้แล้วว่า พระธัมมชโยบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่เมื่อพระธัมมชโยไม่ได้เป็นพระแล้ว ตนเชื่อว่าวัดพระธรรมกายคงเปลี่ยนแปลงการสอนให้กลับไปตามแนวพุทธบัญญัติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชนที่เข้าไปปฏิบัติธรรมในวัดธรรมกายต่อไปผู้สื่อข่าวถามว่า จากกรณีศึกษาของวัดพระธรรมกาย การคิดประเด็นเรื่องการปฏิรูปในการแก้ไขปัญหาศาสนา มีประเด็นอะไรที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เราคงมองกลไก เพราะหลักใหญ่แล้ว กิจการพระพุทธศาสนาคงจะต้องกลับไปยึดตามพุทธบัญญัติ หรือพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าพระราชทานมา เพราะเราเป็นพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ดังนั้นต้องกลับไปดูทั้งในเรื่อง 1.เงินของพระสงฆ์และเงินของวัด เพราะยังมีเรื่องความไม่ชัดเจนในเรื่องการถือครอง และจะถือครองได้อย่างไร จะเปิดเผย ตรวจสอบได้หรือไม่ กรณีีนี้จะต้องกำหนดให้ชัดเจนเรื่องเงินของวัดและเงินของพระนายไพบูลย์ กล่าวว่า 2.เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาโดยตลอด ทุกวัดและทุกพระสงฆ์มักอ้างพระธรรมวินัย แต่ความจริงแล้ว พระธรรมวินัยกับพุทธบัญญัติมีเพียงหนึ่งเดียว และเป็นส่วนของพระไตรปิฎก ในส่วนของพุทธบัญญัติ ดังนั้นจึงจำเป็นยิ่งที่จะต้องมีองค์กรเข้ามาตีความตรงนี้ให้ชัดเจน ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่มหาเถรสมาคม แต่ดูแล้วน่าจะยังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงในส่วนนี้ 3.การดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ที่อยู่ตามวัดในต่างจังหวัดทั้งประเทศ ซึ่งมี 40,000 วัด ซึ่งยังขาดการมีส่วนร่วมประชาชนในโครงสร้างของ พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 อำนาจของแต่ละวัดอยู่ ที่เจ้าอาวาสเพียงผู้เดียวซึ่งขัดต่อหลักธรรมวินัย ดังนั้นต้องปฏิรูปให้คณะสงฆ์มีส่วนร่วมในการดูแลวัด ให้อุบาสกอุบาสิกาซึ่งเป็นพุทธบริษัท เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของศาสนาในแต่ละวัดด้วยผู้สื่อข่าวถาม ถึงการตั้งองค์กรมาดูแลว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในส่วนของการพิจารณาโครงสร้างต่างๆ แล้วนำมาสู่การแก้ไขปัญหาจะเป็นรูปแบบใด แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีปัญหามาก ปัจจุบันมหาเถรสมาคมทำหน้าที่ทั้ง 3 ด้าน คือ บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติในวงการพระสงฆ์ ซึ่งทางมหาเถรสมาคมเป็นองค์กรที่ตั้งตามบทบัญญัติของกฎหมายการมีอำนาจรวมทั้ง 3 แบบในองค์กรเดียวกัน อาจจะไม่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล ดังนั้นก็อาจจะต้องปรับปรุงในส่วนนี้ด้วย-------------------------พ่อค้าน้ำทุบหมายันทำคนเดียว อ้างลูกถูกกัด
จากกรณีนายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย และนางภณิตา สุนทรรัตต์ เจ้าของโครงการ เพื่อนข้างถนน เดินทางเข้าแจ้งความกับทาง พ.ต.อ.สมคิด สมบูรณ์ พงส.ผทค.สน.ดินแดง ว่านายพิชิต ปิ่นแก้ว พ่อค้าขายน้ำดื่ม จับเจ้าบุญรอดสุนัขเพศเมียอายุ 4 ปี ใส่กระสอบแล้วทุบตีก่อนโยนทิ้ง บริเวณี่แฟลตดินแดง 50 ย่านดินแดง ซึ่งนายพิชิต รับสารภาพว่า ลงมือุทำร้ายสุนัขจริง ส่วนสาเหตุมาจากสุนัขตัวดังกล่าวไปกัดลูกชายอายุ 6 ขวบได้รับบาดเจ็บที่ขา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายพิชิต ในข้อหาทารุณกรรมต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับความทุกขเวทนาอันไม่จำเป็นนั้นตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 12, 13 (14) 20, 31 และ 36 มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ร.ต.ท.ทวีโชค จันกันทะ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้เรียกนายพิชิต มาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา นางภณิตา ได้เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมว่า มีผู้ร่วมลงมือทำร้ายสุนัขอีก 1 คน คือ นายนคร ม่วงอ่อน หรือออด พ่อค้าขายสตรอว์เบอร์รี่ในตลาดกลางดินแดง
นายพิชิต กล่าวยืนยันว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายสุนัขเพียงคนเดียว ส่วนนายนคร ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ร่วมกระทำด้วย และที่ลงมือเพราะลูกชายวัย 6 ขวบถูกเจ้าบุญรอดกัด เเต่ถามหาเจ้าของกลับไม่มีใครแสดงตัวทำให้บันดาลโทสะ เพราะก่อนจะตีก็ถามแล้วว่า หมายายศรีใช่มั้ย แกบอกว่า ไม่ใช่ คุณจะเอาไปตีหรือเอาไปฆ่าทำแกงก็เอาไปเลยไม่ใช่หมาฉัน
นายนคร กล่าวว่า เรื่องที่ตนถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ตนแค่เดินผ่านมาเท่านั้นแล้วถามนายพิชิต ว่ากำลังทำอะไร นายพิชิต ตอบว่ากำลังหาไม้ไปตีหมายายศรี เพราะมันกัดลูกชายแล้วก็ขอกระสอบด้วย ตนจึงพาไปหากระสอบข้าวมาให้เท่านั้น ส่วนยายศรี เจ้าของสุนัขนั้นแกเลี้ยงหมาไว้เป็นสิบตัว คนในตลาดถูกกัดกันเกือบทุกคน พอถูกกัดก็ไม่เคยมารับผิดชอบ
พ.ต.อ.สมคิด กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกพยาน 4 ปาก ที่เคยถูกเจ้าบุญรอดกัด และเชิญยายศรี คนที่คอยให้อาหารสุนัขอยู่ทุกวันมาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งในช่วงบ่ายจะทำการสรุปสำนวนส่งฟ้องศา่ลต่อไป ส่วนอาการสุนัขขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สัตว์ศรีวรา อาการดีขึ้นมากแล้ว แต่ตาข้างขวาบอดต้องรอผ่าตัดเอาตาออก

ข่าวล่าสุด