ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮมปลูกติดกัน 3 หลัง สูง 3 ชั้นครึ่ง โดยมีนายสุพล ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่กับนายสุรชัย พัวศิริรักษ์ อายุ 63 ปี และนายสุรัตน์ พัวศิริรักษ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพ่อและพี่ชาย จากการตรวจสอบพบช่องลมห้องเก็บของติดกับห้องครัวหลังบ้าน สูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตร เป็นช่องลมที่ประดับเซลามิก กว้างประมาณ 40 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.5 เมตร ถูกคนร้ายทุบทะลุเป็นช่องเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน มีการรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจายบริเวณห้องนอนชั้น 2 จำนวน 2 ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของพ่อและพี่ชายของนายสุพล ทรัพย์สินที่หายไปเป็นเงินสด เครืองประดับเพชรและทองจำนวนมาก นาฬิกายี่ห้อดังอีกหลายเรือน อาวุธปืน 1 กระบอก ขณะเดียวชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอนของนักร้องดังก็มีการรือค้นข้าวของกระจัดกระจายเช่นกันแต่ไม่มีทรัพย์สินหาย รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประมาณ 3 ล้านบาท
จากการสอบถามนายสุพล กล่าวว่า ที่บ้านตนมีคนอยู่บ้านทั้งหมด 7 คน มีพ่อกับแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ หลานที่ยังเล็กซึ่งเป็นลูกของพี่ชาย ตน และคนรับใช้ แต่วันนี้คนรับใช้ไม่อยู่ไปทำงานอยู่ที่บ้านอีกหลัง โดยวันนี้( 17 ก.พ.) ทั้งครอบครัวตนออกไปขายของ โดยมีร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์อยู่ย่านบางรัก ทั้งบ้านจะไปช่วยกันขาย แต่ตนเป็นคนนอนดึกตื่นสายจึงออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย ออกจากบ้านเวลาประมาณ 13.30 น. เพื่อไปกินข้าวย่านสาทร แล้วกลับเข้าบ้านมาอีกครั้งตอนเวลาประมาณ 17.30 น. เมื่อมาถึงบ้านปรากฏว่าไม่สามารถเปิดประตูเข้าบ้านได้ เนื่องจากประตูถูกล็อกจากด้านใน จึงเริ่มเอะใจเพราะปกติแล้วทุกคนที่บ้านเวลาออกจากบ้านจะไม่ล็อกจากด้านในจะลอกกุญแจด้านนอก และล็อกประตูรั้วบ้านเท่านั้น จึงโทรศัพท์หาพ่อเพื่อให้มาช่วยดู
เมื่อพ่อผมมาถึงก็ช่วยกัดงัดประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปก็แปลกใจอีกอย่างคือไฟที่ห้องครัวเปิด เพระผมจำได้แม่นก่อนออกจากบ้านไปไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้ เมื่อไปดูที่ห้องครัวยังไม่ทันสังเกตห้องเก็บของเล็กที่อยู่ติดห้องครัวด้านหลังบ้าน พยายามองหารอยงัดแงะก็ไม่เจอ จึงได้พากันขึ้นไปดูห้องนอนก็ตกใจเพราะประตูห้องนอนของพ่อกับกับห้องนอนพี่ชายถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เละเทะไปหมด ผมก็รีบวิ่งขึ้นไปดูห้องตัวเองที่ชั้น 3 ก็ถูกรื้อข้าวของกระจายเช่นกัน จึงรีบเรียกพี่ชายให้กลับบ้านแล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ แล้วพากันหาจุดที่คนร้ายเข้ามาในบ้าน ก็พบที่ช่องลมห้องเก็บของเล็กด้านหลังซึ่งติดกับห้องครัวถูกทุบเสียหายเป็นช่องที่คนร้ายปืนเข้ามา นายสุพล กล่าว
นายสุพล กล่าวอีกว่า คนงานในบ้านไม่สงสัยเพื่อไว้ใจได้อยู่ด้วยกันมานาน แต่ด้านหลังบ้านจะมีพวกคนงานก่อสร้าง และซอยหลังบ้านจะเป็นซอยส่วนบุคคลซึ่งปล่อยทิ้งร้าง แต่ยังสงสัยอีกว่าคนร้ายมุ่งตรงไปวื้อค้นเอาทรัพย์สินทั้ง 3 ห้อง บนชั้น 2 กับชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอน โดยไม่ร้อนค้นชั้นอื่นเลย อาจจะด้ยความฟลุคหรือจงใจ หรือรู้ว่ามีของมีค่าอยู่แล้วตนก็ไม่แน่ใจ ห้องของตนแม้จะถูกรื้อแต่คนร้ายไม่ได้เอาทรัพย์สินของมีค่าไป เพราะตนไม่ค่อยเก็บของมีค่าไว้ มีเพียงนาฬิกา กับเครื่องประดับมีค่าเล็กน้อยเก็บอยู่แต่มีกองซีดีผลงานเพลงของตนบังไว้ทำให้คยร้ายมองไม่เห็น ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่คนร้ายได้ไปเป็นของพ่อกับของพี่ชาย
ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า ทรัพย์สินที่หายไปเท่าที่จำได้มีปืนลูกโม่ ขนาด .38 มม. นาฬิกาโรเลกซ์ 2 เรือน เงินสด 3 แสนบาท ซึ่งเตรียมไว้จ่ายแต๊เอียในช่วงวันตรุษจีนนี้ ครื่องประดับที่เป็นเครื่องเพชรเครื่องทองอีกหลายรายการ สิ่งที่ตนสสัยอาจเป็นบรรดาคนงานก่อสร้างในย่านนี้ เพราะมีเยอะ และมีบ้านในย่านนี้ถูกขโมยขึ้นบ้านบ่อยครั้ง ทรัพย์สินที่หายไปมันมีคุณค่าทางจิตใจ โดยเฉพาะนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของรักของหวง เป็นของมีค่าชิ้นแรกที่เก็บเงินซื้อด้วยตัวเองเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ซื้อด้วยเงินเก็บจากการทำงาน จากนี้ไปคงไม่เก็บทรัพย์สินของมีค่าไว้ที่บ้านแล้ว ต้องไปนำฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่นายสุรัตน์ กล่าวว่า ทรัพย์สินที่หายไปเป็นนาฬิกา 3 เรือน สร้อยเพชรของภรรยา และเครื่องประดับที่เป็นเพชรกับทอง โดยเฉพาะทองอีกจำนวนมาก และเงินสด 1 แสนบาทที่เตรียมไว้จ่ายแต๊ะเอีย หรืออั่งเปาในช่วงตรุษจีน โจรขึ้นบ้านครั้งนี้ถือเป็นเคราะเห์ครั้งใหญ่ เพราะตั้งแต่ีอยู่บ้านี้มาตั้งแต่เกิดไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานที่เป็นรอยนิ้วมือแฝงเพื่อไปตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็เชิญผู้เสียหายไปให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงให้นำหลักฐานแสดงทรัพย์สินและระบุจำนวนทรัพย์สินที่หายไปทั้งหมดอย่างละเอียด เนื่องจากมีทรัพย์สินหายไปจำนวนหลายรายการ นอกจากนี้ยังประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้น่าจะมากกว่า 1 คน