โดยวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ เงามุข รอง.ผบช.ภ.2.พล.ต.ต.วีระชัย วิสุทธิอุทัยกุล ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พ.ต.อ.ณรัฐ รัตนจินดา ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค2และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนศรีมหาโพธิ ร่วมแถลงผลการจับกุม นายกิตติภัค นุ่มจันทร์ (ลิฟต์) อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/35 ม.6 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลาง 1.ธนบัตรฉบับละ 1000 บาท จำนวน50 ฉบับ 2. ธนบัตรฉบับละ500 จำนวน 20 ฉบับ3.ธนบัตรฉบับละ20บาท จำนวน 50 ฉบับ 4.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สปาร์ค สีเทา-ดำ ทะเบียน กนษ 579 ปราจีนบุรี ที่ใช้ในการก่อเหตุ 5.อาวุธปืนพกสั้นแบบแม็กกาซีน สีดำ (ปืนปลอม)จำนวน1 กระบอก 6.รองเท้าผ้าใบยี่ห้อโกลด์ซิตี้สีขาว 1 คู่ 7.กางเกงยีนส์ ขาห้าส่วนจำนวน 1 ตัว 8.หมวกไหมพรหมสีดำ 1 ใบ 9.กระเป๋าหิ้วสีดำ 1 ใบ
หลังจากเกิดเหตุชุดสืบสวน สภ.ศรีมหาโพธิและ ภ.2 ได้แกะรอยติดตามจากพยานหลักฐานรวมถึงการแจ้งเบาะแสของประชาชน จนสามารถจับกุมตัวนายเลิฟฯ ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังจากที่นายเลิฟฯ ได้นำเงินที่ปล้นมาไปใช้จ่าย โดยได้ใช้ธนบัตรฉบับละ20 บาทจ่ายเป็นจำนวนมาก จนผิดสังเกต พลเมืองดีจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวสอบโดยคาดว่า น่าจะเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นธนาคาร ตามที่เป็นข่าว หลังจากที่จับกุมตัวนายเลิฟฯตรวจค้นภายในรถยังพบเงินสดอีกจำนวน 61,000 บาท ซึ่งน่าจะได้มาจากการปล้นธนาคาร
ซึ่งชุดสืบสวนได้ขยายผลนำหมายศาลจังหวัดปราจีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 80/35 ม.6 ต.หนองโพรง จ.ปราจีนบุรี บ้านนายเลิฟฯ สามารถยึดของกลาง เป็นรถจักรยานยนต์ ปืนพลาสติกที่ใช้ก่อเหตุ รองเท้าที่ใส่ในวันเกิดเหตุ และขยายผลไปตรวจยึดกางเกงที่ใส่วันเกิดเหตุ หมวกไหมพรหม กระเป๋าสีดำที่ใช้ใส่เงินในวันก่อเหตุ ส่วนเสื้อ คลุมที่ส่ในวันก่อเหตุนั้นได้เผาไปแล้วหลังจากก่อเหตุได้นำไปเผาในซอยห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 600 เมตร
เบื้องต้นนายเลิฟฯให้การรับสารภาพ ว่าจริงๆแล้วการก่อเหตุในครั้งนี้ตั้งใจว่าจะทำเซอร์ไพร์ในวันเกิด ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ตลอดมาตนไม่เคยทำอะไรให้พ่อสบายใจโดยการปล้นครั้งนี้อยากนำเงินไปซื้อสิ่งของบางอย่างให้พ่อ และในวันที่ 15 ก.พ.จะเป็นวันเกิดพี่สาวอีกคน และได้นัดกินข้าวกันไว้ โดยจะนำเงินส่วนที่เหลือไปเลี้ยงในวันนั้น และสาเหตุหลักคือค้องการเงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ไอ โฟน 6 ที่รับปากไว้ ที่จะมอบให้ในวันรับปริญญา ซึ่งแฟนสาวขณะเดียวกันได้ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษักแห่งหนึ่ง มารับงานดูแลฝ่ายธุรการ ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เกิดเหตุ จึงได้วางแผนเพื่อจะเข้าชิงทรัพย์ที่แฟนสาวทำงานอยู่ โดยวางแผนแปลงโฉมปกคลุมหน้า อำพรางตัวเข้าจี้ชิงทรัพย์ที่ธนาคารดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฐานความผิด ชิงทรัพย์ผู้อื่น พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป