เมื่อเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดตลาดน้ำวิถีไทย คลองผดุงกรุงเกษม โดยรัฐบาลร่วมกับกทม. จัดขึ้นตั้งแต่สะพานอรทัย ถึงบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ระหว่างวันที่ 12 ก.พ. - 1 มี.ค. รวมทั้งหมด 18 วัน ไม่มีวันหยุด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมคลองผดุงกรุงเกษม และพื้นที่เกี่ยวเนื่องอันจะเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบไทย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำแบบไทยในอดีต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับคลองผดุงกรุงเกษมนั้นทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างไรละสมัยก่อนนั้นคือเส้นทางสัญจรค้าขาย และอยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์ด้วย เชื่อมต่อกับที่ตั้งถิ่นฐาน วัดวาอารามและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งวันนี้มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีวิถีชีชิวตและความเป้นมายาวนาน วันนี้เราก็อย่าลืมประวัติศาสตร์ คนในยุคปัจจุบันมักลืมประวัติศาสตร์ลยทำให้ไม่รู้ว่าเราเป็นคนไทยมาจากไหน ถ้าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์เราจะรู้ว่าเราจะรักประเทศไทยอย่างไร เพราะมีความเป็นมายาวนานหลายร้อยปีมาแล้ว
" วันนี้รัฐบาลพยายามจัดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มีการจัดงานท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งตนได้ทำพิธีเปิดไปแล้ว วันนี้จึงอยากให้ทุกคนได้ทราบว่าความเป็นมาอย่างไร สมัยก่อนเราสัญจรผ่านคลองทั้งสิ้น ตอนนี้ตนกำลังนึกเร็วๆ ว่าเดี๋ยวจะทำอะไรต่อไป วันนั้นแค่นึกว่าต้องมีตลาดน้ำ เพราะคลองตรงนี้สะอาดดี กำลังคิดว่าจะมีเรือจ้างหรือเปล่า ให้สัญจรไปมา ต่อไปให้รัฐมนตรีนั่งเรือจ้างมาประชุม แล้วก็จะมีจักรยานน้ำ ฉะนั้นใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นพายเรือไม่ได้ก็ลำบากหน่อย เดี๋ยวต่อไปอาจจะจัดแข่งว่ายน้ำในคลองผดุงฯด้วย จัดมาทุกที่แล้ว เหลือในคลองนี่ละ "นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า เราต้องคิดแบบธรรมชาติ แล้วก็ทำอย่างธรรมชาติ มันจะได้รักกัน สามัคคีกัน มีความพอเพียง อยู่ร่วมกับธรรมชาติให้เหมาะสม จะได้ดึงดูดความสนใจของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย เขามาเที่ยวเพราะวัฒนธรรมประเพณีของเราที่ดีงาม เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ สมัยก่อนประเทศอื่นๆ ในโลกรู้จักเราเพราะสถาบันฯ พระองค์ท่านทรงไปในหลายที่ ตั้งแต่รัชกาลต้นๆ ทรงคิดว่าเราจะอยู่ยังไงในประชาคมโลก ส่งพระราชโอรส พระราชธิดาไปต่างประเทศ เรียนรู้ประชาธิปไตยมา นั่นแหละคือสิ่งที่ท่านทำไว้ให้พวกเรา และแผ่นดินผืนน้ำ ทุกตารางนิ้ว บรรพบุรุษของเราก็เสียสละชีวิต เลือดเนื้อรักษามาถึงเรา เราต้องรักษาต่อให้ได้ ด้วยความรัก ความสามัคคี อย่าให้ใครบ่อนทำลายความรักความสามัคคีของพวกเราได้ วันนี้เห็นทุกคนมีรอยยิ้มก็มีความสุขด้วย วันนี้เป็นวันแห่งความสุข วันแห่งประวัติศาสตร์ที่เรามายืนตรงนี้ ถ้าสถานการณ์ไม่สงบเรียบร้อยเราคงมายืนตรงนี้กันไม่ได้ คงชุมนุมเต็มทำเนียบไปหมด วันนี้เราต้องปรับทุกอย่างไม่ให้เกิดขึ้นอีก
"สัญญากับผมได้ไหม ว่าจะต้องไม่มีการมาชุมนุมรอบทำเนียบอีก พอแล้ว มาชุมนุมสนุกสนานแบบนี้ดีกว่า" นายกรัฐมนตรี กล่าว และมีเสียงขานรับจากประชาชนที่มาร่วมงานว่า "ได้"วันนี้เรากำหนดเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว ว่าเน้นศิลปะ วัฒนธรรมไทย ให้ต่างชาติได้เรียนรู้ ได้เห็น ให้ใช้จุดเด่นเหล่านี้เป็นการตลาด การทองเที่ยว หากเทียบการท่องเที่ยวปีนี้กับปีที่แล้วนี่ผิดกันลิบ เพราะเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 ถึง 30 ถึงแม้จะมีกฎอัยการศึก ไม่เห็นใครเขากลัวเลย ถือเป็นการท่องเที่ยวในเชิงปลอดภัย อย่าไปคิดมากนัก อย่ากังวล ไม่เห็นใครเขาเดือดร้อน เดือดร้อนกันไม่กี่คน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ ขอร้องอย่างหนึ่ง วันนี้กล้วยไม้ราคาถูก เอาไปมอบเป็นดอกไม้บ้างได้ไหม แทนดอกกุหลาบบ้าง เพราะดอกกุหลาบมันแพง ใครมีกำลังซื้อก็ซื้อไป ตามแนวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ใช้น้อยก้มาใช้กล้วยไม้โดยเฉพาะหวายเนี่ย ราคาถูกถ้าซื้อทั้งพวง มันแสดงถึงความรักเยอะๆ ไง ดอกเดียวมันไม่พอหรอก
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวต่อว่า คนไทยบังคับไม่ค่อยได้ ยกเว้นสามี ภรรยาก็ได้นิดหน่อย หรือใครบังคับไม่ได้ เวลาอยู่บ้านเนี่ย ภรรยาต้องเป็นใหญ่ เป็นสุภาพบุรุษ ในบ้านต้องยกให้เขา วันแห่งความรักเนี่ย ในฐานะรัฐบาลก็ขอส่งความรักให้คนไทยทุกคน แต่ทุกคนก้รักกันทุกวันอยู่แล้ว เท่าที่ตนรู้ วันนั้นเป็นประเพณีหน่อย ให้ดอกไม้กัน แต่ตนบอกแล้วว่าวันสำคัญของตนและภรรยามีทุกวัน เปล่าบางวันลืมไง ลืมวันเกิด ก็บอกรักทุกวันอยู่แล้ว พออยู่ไปนานๆ ก็คุ้นเคยกัน แต่ความรักมีให้คนไทยทุกคน เราต้องมีหัวใจดวงเดียวกันประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ที่ตนไปพบผู้นำหลายประเทศ เขาชื่นชมเราว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย แต่เขาก็ถามว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ตนก็ไม่รู้เหมือนกันก็วางไว้ตามโรดแมป ตนก็อยากให้เป็นเช่นนั้น อยู่ที่พวกเราทุกคน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝากทางกรุงเทพมหานคร ทำให้น้ำสะอาดไปเรื่อยๆ บังคับใช้กฎหมายกันดีๆ จะเอาน้ำระบายออกจากบ้านให้ใช้ถังเกรอะก่อน เดี๋ยวกระทรวงไหนรับผิดชอบ รับไปด้วยเลย ไปดูเรื่องถังเกรอะ ต่อท่อแล้วลงท่อระบายน้ำหน้าบ้าน ตนก็พูดทุกวันละนะ เบื่อบ้างอะไรบ้างก็ทนหน่อยละกัน แล้วใครบอกไม่อยากฟังผมทุกวันศุกร์แล้วผมจะได้เลิกพูด น้อยใจนะเนี่ย พูดทุกวัน ตั้งใจพูด บอกไม่ฟัง ลดลงทุกวัน ไม่ฟังผมก็จะพูดเอางี้ละกัน มันต้องมีใครชนะกันข้างนึงละ ขอบคุณคนไทยทุกคนถ้าใครเป็นคนไทยต้องพอใจบรรยากาศแบบนี้ ความสุขไม่ต้องให้ใครมาคืนให้ท่าน ความสุขอยู่ที่ท่านเอง เพราะฉะนั้นทุกคนต้องรู้ว่าความสุขอยู่ที่ไหน อยู่ที่ใจตัวเอง อย่าให้คนอื่นมาทำให้ ร่วมมือกัน รักกัน เผื่อแผ่แบ่งปัน ให้อภัย เคารพกฎหมาย ทุกอย่างไปได้หมดอยากให้ทุกคนเปHนเจ้าบ้านที่ดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานตลาดน้ำวิถีไทยคลองผดุงกรุงเกษม จะจัดให้มีพื้นที่ตลาดบก และตลาดน้ำ โดยตลาดบกเปิดให้บริการเวลา 11.00-20.00 น. และตลาดน้ำให้บริการ 15.00-20.00 น. โดยตลาดบก 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดนางเลิ้ง เขตป้อมปราบฯ ตลาดวัดทอง เขตบางกอกน้อย ตลาดวัดนิมมานนรดี เขตภาษีเจริญ ตลาดหัวตะเข้ และตลาดหลวงแพ่ง เขตลาดกระบัง ส่วนตลาดน้ำ 6 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำวัดสะพาน ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน ตลาดน้ำวัดกำแพง และตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ซึ่งกทม.จะนำผลิตภัณฑ์ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์จาก 5 ตลาดบก และ 6 ตลาดน้ำ ใน กทม.และจังหวัดใกล้เคียงมาจำหน่ายภายในงานด้วย
ขณะเดียวกันจะมีกิจกรรมภายในงาน เช่น การทำเรือจำลอง การทำว่าวประดิษฐ์ และงานศิลปหัตถกรรม การแข่งขันพายเรือสนุกสนาน การแข่งขันเรือหัวใบ้ท้ายบอด การแสดงวัฒนธรรมดนตรี การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมเดินทางท่องเที่ยวแหล่งวัฒนธรรมย่านต่างๆ ของ กทม. และจัดซุ้มถ่ายรูปที่ระลึกภายในบริเวณงาน รวมทั้งจัดกิจกรรมตักบาตรทางเรือ จำนวน 61 รูป ในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 07.00 น. โดยนิมนต์พระสงฆ์ รับบิณฑบาตรในคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่สะพานจตุรพักตร์รังสฤษดิ์ (ถนนหลานหลวง)-สะพานวิศุกรรมนฤมาน (ถนนประชาธิปไตย) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยประชาชนที่จะมาเที่ยวงาน ได้มีการจัดรถบริการไว้คอยรับส่งเพื่อความสะดวกของผู้ร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. และมีบริการรับส่งทางเรือจากหัวลำโพง มาภายในงาน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. โดยเรือทุกลำจะมีเสื้อชูชีพไว้เพียงพอ ขณะที่บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับการคัดเลือกมาจากกทม. นำสินค้ามาวางจำหน่ายทั้งของกิน ของใช้ โดยมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้าร่วมงาน พร้อมจับจ่ายสินค้า ตลอดคลองผดุงกรุงเกษมกันอย่างคับคั่ง