ร้านกาแฟหรูในเมียนมาร์เริ่มเป็นที่นิยม

เมียนมาร์ถูกตัดขาดจากวัฒนธรรมดื่มกาแฟในช่วงยุคเผด็จการทหาร แต่หลังจากเปิดประเทศได้ไม่นาน ก็มีร้านกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้
ข่าว
กลายเป็นเทรนด์ชี้ให้เห็นถึงรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชนชั้นกลางเมียนมาร์ แต่ก็ยังเป็นตัวชี้ให้เห็นถึงช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างชนชั้นกลางกับคนยากจนด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการณ์ทหารเมื่อปี 2554 นครย่างกุ้งเมืองเดียว ก็มีร้านกาแฟแบบคัดพิเศษราว 20 กว่าร้าน
เจ้าของร้าน Nervin Cafe ร้านกาแฟเก่าแก่ที่สุดในเมียนมาร์ ที่ตอนนี้เปิด 5 สาขา รวมทั้งในเมืองมันฑะเลย์ และกรุงเนปยิดอ บอกว่า เมียนมาร์จะเห็นอุตสาหกรรมกาแฟเติบโตแบบทะยานขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมเสริมว่าประชาชนอยากสัมผัสสิ่งใหมใ ๆ
เริ่มแรกเลยก็คือ มีชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ซึ่งช่วยให้เราพบเห็นร้านกาแฟเปิดใหม่เพิ่มขั้น แต่เจ้าของร้านบอกว่า จริง ๆ แล้ว ชาวท้องถิ่นเนี่ยแหละ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ โดยเจ้าของร้านกาแฟอีกร้านหนึ่งที่ชื่อว่า The Coffee Club เปิดเผยว่า กลุ่มเป้าหมายของเขาก็คือชาวเมียนมาร์ เพราะเค้าเห็นว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีลูกค้า 70 เปอร์เซนต์ เป็นชาวท้องถิ่น จะประสบความสำเร็จระยะยาว และเสริมว่ากาแฟคัดพิเศษ กำลังมาแรง
เมื่อปี 2556 ซีอีโอ ของสตาร์บัค บอกว่า กำลังเล็งตลาดเมียนมาร์อยู่ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านการจัดการ Mckinsey เชื่อว่า ชาวเมียนมาร์ถึง 1 ใน 4 จะอาศัยอยู่ในเขตเมืองภายในปี 2573 เพิ่มขึ้นจาก 13 เปอร์เซนต์ เมื่อปี 2553 ขณะที่หากมีการจัดการเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม ก็จะเติบโตขึ้น 4 เท่า จาก 4 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2553 เป็น 2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
ส่วนขนาดของชนชั้นกลางในเขตเมือง คาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่า ในช่วงทศวรรษข้างหน้า โดยรายได้ชนชั้นกางจะเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก ทุกปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้าแต่ผู้เชี่ยวชานก็เตือนให้ระวัง เพราะประชากรส่วนใหญ่ของเมียนมาร์ คือราว 60 เปอร์เซนต์ เป็นคนยากชนในชนบท ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถดื่มกาแฟราคาแพงได้ เพราะมีราคาสูงกว่าร้านชาแบบดั้งเดิมถึง 10 เท่า