สมุทรปราการ - ตำรวจร่วมกับ ปปส.บุกยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจสมุทรปราการร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.เข้าตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายจำนวน 3 หลัง ตามหมายตรวจค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ข่าว
หลังจับกุมตัวนายขวัญพงศ์ ดวงใจ นางวิศณี แดงกี้ สองสามีภรรยาในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 2 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมาและขยายผลทราบว่าเป็นเครือข่ายของนายภาวี เลิศกฤติธร อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย
จึงได้มีการขอหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านที่มีการขยายผลและเข้าข่ายเกี่ยวโยงกับเครือข่าย คือ (1.)บ้านเลขที่ 754 หมู่ 7 ซอย เทศบาลบางปู 59 วิทยุการบิน ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทปราการ (2.) บ้านเลขที่ 805/41 หมู่ 7 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (3.)บ้านเลขที่ 82/89 หมู่ 1 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายจึงได้นำตัวเจ้าบ้านทั้งสามรายที่มีการตรวจค้นมาทำการสอบสวนที่ สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ
ทั้งนี้ได้มีการจับกุมตัวนายภาวี เลิศกฤติธร อายุ 31 ปี ที่อยู่เลขที่ 217/1 ม.2 ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ตามหมายจับ จ.สมุทรปราการ ที่ จ.84/2558 นายมนตรี แซ่อึ้ง อายุ 32 ปี ที่อยู่เลขที่ 754 ม.7 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ หมายจับศาล จ.สมุทรปราการ ที่ จ.83/2558 นายนิกร แซ่ลี อายุ 20 ปี ที่อยู่เลขที่ 34 ม.15 ต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย หมายจับศาล จ.สมุทรปราการ ที่ จ.88/2558 นายกฤษณันท์ มณีโรจน์ อายุ 43 ปี ที่อยู่เลขที่ 5 ซ.ราษฎร์อุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ตามหมายจับศาล จ.สงขลา หมายจับศาล จ.สงขลาที่ 60/2550 ข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ได้ที่สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ
ทั้งนี้เครือข่ายการค้ายาเสพติดโดยมีนายภาวี เลิศกฤติธร นั้น สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ร่วมกับ สภ.สำโรงเหนือสมุทรปรากรา สืบสวนติดตามพฤติการณ์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งพบว่าเป็นเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่สามารถจัดหายาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า และพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ได้คราวละจำนวนมาก การลับลอบลำเลียงจะใช้เส้นทางตามแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำทอดยาวตลอดมาถึงพื้นที่ด้าน จ.เลย จ.หนองคาย เป็นจุดลักลอบนำเข้ายาเสพติดลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนในให้เครือข่ายเก็บพักและจำหน่ายให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง
โดยเฉพาะกรุงเทพ สมุทรปราการ นนทบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เคยจับกุมเครือข่ายนายภาวี เลิศกฤติธร ไปแล้วหลายรายและมีการยึดทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากนายภาวี เลิศกฤติธร ยังไม่ถูกจับกุมจึงยังสามารถจัดหายาเสพติดเข้ามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทาง สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ ได้จับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เป็นลูกค้ายาเสพติดของนายภาวี เลิศกฤติธร และสามารถขยายผลจนสามารถออกหมายจับกุมนายภาวี เลิศกฤติธร นายมนตรี แซ่อึ้ง และนายนิกร แซ่ลีได้ในที่สุด และได้ทำการขยายผลยึดทรัพย์สินดังนี้
(1)เงินในบัญชีธนาคารประมาณ 25 ล้านบาท (2.) รถยนต์รวม 9 รายการ เป็นรถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน (3.) ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัย รวม 8 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 10 ไร่ รวมทรัพย์สินทั้งสิ้นมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ในขณะเดียวกันอีกชุดปฏิบัติการ ได้เข้าทำการจับกุมนายกฤษณันท์ มณีโรจน์ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาล จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ปี 2549 และเคยเป็นนักค้ายาเสพติดที่สำนักงาน ป.ป.ส. และตำรวจภูธรภาค 9 ต้องการตัวมากที่สุด หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี แต่ยังมีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากด้านพื้นที่ จ.เชียงราย และพื้นที่ภาคกลาง ให้เครือข่ายลำเลียงไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้
กระทั่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้สืบสวนพบว่าหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี และเฝ้าติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยได้ขยายผลตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องรวม 4 จุด ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และจ.สงขลา ผลการปฏิบัติสามารถยึด/อายัดทรัพย์สิน ได้แก่ บ้านพักอาศัย ที่ จ.นนทบุรี อพาตเมนท์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายกฤษณันท์ มณีโรจน์ ในพื้นที่ จ.สงขลา มูลค่ารวมประมาณ 15 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งสองคดี ทั้งสิ้นมูลค่ารวมประมาณ 50 ล้านบาท