พ.ต.อ.จักรเพชร เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ในเรื่องการเรียกรถแท๊กซี่แล้วโชเฟอร์มักจะปฏิเสธการรับผู้โดยสาร จึงได้นำกำลังตำรวจท่องเที่ยวนอกเครื่องแบบลงพื้นที่เพื่อทดลองเรียกใช้บริการตามจุดที่มักจะมีปัญหาหา อาทิ หน้าห้างสยามพารากอน หน้าห้างมาบุญครอง หน้าสนามกีฬาแห่งชาติและสุดท้าย บริเวณโดยรอบสนามหลวง
พบว่ามีปัญหาในเรื่องการโบกเรียกแท็กซี่แต่โชเฟอร์ให้การปฏิเสธ รวมทั้งการกระทำผิด พ.ร.บ.อื่นๆทั้งเรื่องการเรียกค่าโดยสารเกินจากมิเตอร์การเรียกเหมา ค่าโดยสาร จากผลการลงพื้นที่สามารถจับกุมโชเฟอร์ที่กระทำผิดพ.ร.บ.ในเรื่องการปฏิเสธผู้โดยสารกว่า 21ราย จึงได้เชิญตัวมาทำบันทึกและทำความเข้าใจก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน และสน.ชนะสงครามตามแต่ละท้องที่กระทำผิดเพื่อเสียค่าปรับต่อไป
พ.ต.อ.จักรเพชร กล่าวต่อว่า ทางตำรวจท่องเที่ยวอยากจะขอความร่วมมือจากโชเฟอร์แท๊กซี่ทุกท่านให้ความร่วมมือช่วยกันให้บริการแก่นักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด ส่วนในเรื่องการ ข้ออ้างในเรื่อง ส่งรถไม่ทัน แก๊สหมด หรือรถติดนั้นเป็นเพียงข้ออ้างในการกระทำผิด พ.ร.บ.
ส่วนข้ออ้างว่าไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้โดยสารชาวต่างชาติได้นั้น ท่านสามารถเข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้มีจุดบริการสำหรับนั่งท่องเที่ยวช่วยเป็นล่ามแปลภาษาได้อีกทาง ทั้งนี้ทางตำรวจท่องเที่ยวยังมีโครงการฝึกอบรมเป็นอาสาสมัครที่จะจัดอบรมด้านภาษาให้กับโชเฟอร์ หากจะบอกว่า ไม่สามารถพูดคุยภาษาต่างประเทศได้นั้นก็ทำให้เสียลูกค้า รวมไปถึงขณะนี้ใกล้ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม หากประชาชน หรือนักท่องเที่ยวท่านใดพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวสามารถ ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อทำการควบคุมตัวได้ทันที เนื่องด้วยถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุซึ่งหน้า หรือไม่ก็สามารถถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพวีดีโอบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐานแก่ทางตำรวจได้อีกทาง ผกก.1บก.ทท. กล่าว