เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ร.ต.ท.อัสวิน จันโท พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติเสียชีวิตในห้องพักที่บ้านอินทิราอพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 275/81 ซอย 16 ถนนพัทยา-นาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์สูง 6 ชั้น เปิดเป็นห้องพักให้เช่าแบบรายวันและรายเดือน ภายในห้องหมายเลข 201 บนชั้น 2 พบศพชายชาวต่างชาติทราบชื่อต่อมาคือ นายพาทริก ไมเคิล ฟาลลอน อายุ 69 ปี สัญชาติอเมริกา นอนตะแคงข้างเสียชีวิตอยู่บนเตียงในสภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงในสีดำ ศพเริ่มขึ้นอืดจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ ตามร่างกายไม่บาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน
จากการตรวจสอบบนโต๊ะรับแขก พบไวน์ 1 ขวด สภาพถูกเปิดดื่มแล้ว บุหรี่ 1 ซอง และแก้ว 1 ใบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบผงสีชมพูซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นยาบางชนิด ถูกบดผสมกับน้ำอยู่ในจานและถ้วยน้ำจิ้ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้และรื้อค้นทรัพย์แต่อย่างใด
สอบปากคำ นางอนงค์ เหมือนตา อายุ 43 ปี แม่บ้านของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวให้การว่า นายพาทริก ผู้ตาย พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ นายพาทริก เพิ่งจะถูกแฟนสาวชาวไทยบอกเลิก ทำให้เจ้าตัวเกิดอาการเศร้าโศกเสียใจ เพราะหวังจะได้ภรรยาดีๆ มาคอยฝากผีฝากไข้ในยามแก่เฒ่า กระทั่งเมื่อ 3 วันก่อน เห็นนายพาทริก ออกไปซื้อของแล้วกลับเข้าห้องพัก จากนั้นก็ไม่พบตัวอีกเลย จนมาวันนี้ ตนได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายหนูตายอยู่บนชั้น 2 จึงเดินตามหาที่มาของกลิ่น จนพบว่า กลิ่นโชยออกมาจากห้องของนายพาทริก เลยคาดว่า น่าจะเกิดเหตุร้าย จึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ผู้จัดการทราบ ก่อนนำกุญแจสำรองมาไขประตูเข้าไปดูและพบศพนายพาทริก นอนเสียชีวิตในสภาพขึ้นอืดดังกล่าว
ด้าน ร.ต.ท.อัสวิน จันโท พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพและที่เกิดเหตุในเบื้องต้นได้ให้น้ำหนักไปที่การฆ่าตัวตาย เพราะพบผงยาไม่ทราบชนิดถูกบดผสมกับน้ำอยู่ในจานและถ้วย ประกอบกับผู้ตายเพิ่งจะถูกแฟนสาวชาวไทยบอกเลิก จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คิดสั้น อย่างไรก็ตาม คงต้องรอผลการผ่าชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และผลตรวจผงยาไม่ทราบชนิดที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสรุปสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป