ตร.ขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด วันนี้
04 ก.พ. 2558 | wanchat

ตำรวจขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด วันนี้ พบหลักฐานสำคัญภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายจุดชนวนระเบิด หาเบาะแสแท็กซี่สีชมพู รับคนร้ายส่งสยามแสควร์
ข่าว
04 ก.พ. 2558 | wanchat

ตำรวจขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด วันนี้ พบหลักฐานสำคัญภาพวงจรปิด นาทีคนร้ายจุดชนวนระเบิด หาเบาะแสแท็กซี่สีชมพู รับคนร้ายส่งสยามแสควร์
คดีคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ตำรวจได้เบาะแสสำคัญทั้งการสืบจากวัตถุพยาน และพยานบุคคลทำให้ในวันนี้ทางตำรวจจะขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยใช้ภาพจากวงจรปิด ซึ่งระบุถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่สูงประมาณ 160-170 เซ็นติเมตร อายุประมาณ 25 ปี พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นแบบไปป์บอม ที่มีความคล้ายคลึงกับระเบิดที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในเขตมีนบุรีเมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา จะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ขอเวลาในการสอบสวนละเอียดอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีภาพวงจรปิดล่าสุด ปรากฏภาพขณะที่ชายต้องสงสัย 2 คน โดยชายคนแรกสวมหมวกสีดำเดินหายเข้าไปในซอกระหว่างป้ายโฆษณาด้านข้างของจุดให้บริการด่วนมหานคร กรุงเทพมหานครที่ให้บริการงานทะเบียนราษฎร์นานเกือบ 1 นาที และปรากฏภาพของชายคนที่สองที่สวมหมวกสีขาวนั่งรอบริเวณมุมซ้ายสุดติดกับประตูบานเลื่อนเหล็กของจุดบริการดังกล่าว
ต่อมาเมื่อชายคนที่สวมหมวกสีดำเดินออกมาจากซอกก่อนจะเดินออกมาจากซอกระหว่างป้ายไฟโฆษณากับด้านข้างของจุดให้บริการบีเอ็มเอ เอ็กเพรสดังกล่าวนั้น ชายที่สวมหมวกสีขาวก็เอี้ยวตัวไปทางซ้ายลักษณะคล้ายจุดไฟแชค โดยภาพวงจรปิดสามารถจับภาพแสงสว่างได้แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นแสงจากอะไร จากนั้นชายทั้ง 2 คนก็รีบเดินเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งถุงพลาสติกสีส้มเอาไว้ เวลาผ่านไปประมาณ 40 วินาที ก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมาจากซอกหลังป้ายไฟโฆษณา ที่ชายสวมหมวกสีดำเข้าไปวางระเบิดไว้ หลังจากมีแสงไฟปะทุประมาณ 3 วินาที ระเบิดทำงานทันที จนทำให้ประชาชนที่เดินสัญจรผ่านไปมาต่างแตกตื่นรีบวิ่งหนีกันอย่างชุลมุน และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 32 วินาที ก็เกิดมีแสงสว่างวาบขึ้นมาจากถุงพลาสติกสีส้มที่ชายที่สวมหมวกสีขาวทิ้งไว้ แล้วลุกขึ้นเดินไปโดยมีเป้สะพายไว้ด้านหลังสีดำ ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นตามมาเป็นครั้งที่ 2
ขณะที่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบสยามสแควร์ทั้งหมด 99 ตัว เพื่อหาเส้นทางคนร้ายเดินทางมาจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี พบเบาะแสเพิ่มเติมคนร้ายเดินทางมาด้วยรถแท็กซี่ สีชมพู โดยตำรวจได้ตีกรอบช่วงเวลา ตรวจสอบละเอียดพบว่ามีรถแท็กซี่สีชมพูวิ่งเข้าออกก่อนและหลังเกิดเหตุประมาณ 10 คันด้วยกัน