พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก สตช. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยภายหลังตรวจจุดเกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความไม่สงบ คนร้ายต้องการทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ และให้รู้สึกไม่ปลอดภัย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับระเบิดดังกล่าวเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำ ใช้ดินเทาและใช้ตะปูขนาดประมาณ 2 นิ้วเป็นสะเก็ดระเบิด ลักษณะระเบิดเป็นชนิดไปป์บอมม์แบบฐานตั้งปิดหัว มีการใช้นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลในการจุดระเบิด โดยในจุดเกิดเหตุยังพบตะปูที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิดกระจายอยู่ตามพื้น ซึ่งระเบิดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และระเบิดมีสองลูก วางอยู่ห่างกันประมาณ 6.4 เมตร ตั้งหน่วงเวลาห่างกัน 30 วินาที ซึ่งคล้ายกับระเบิดที่พบในพื้นที่มีนบุรีเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นชนิดเดียวกันกับที่ก่อเหตุช่วงมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.
"เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นทางการเมืองหรือการก่อการร้าย และได้สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และตรวจกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนก่อเหตุแล้ว แต่คาดว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต เพราะเป็นการทำระเบิดแบบแรงดันต่ำ และภายในจุดเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกกองบัญชาการเเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่มีคนพลุกพล่าน อย่างห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งหมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพง ฯลฯ รวมไปถึงพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่นครบาล อาจต้องมีการตั้งด่านกวดขันตรวจหาสิ่งแลกปลอมให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกัน ผบ.ตร.กล่าว
ภายหลังตรวจที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ ได้เรียกประชุมหารือวางแผนการป้องกันและสกัดกั้นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการมอบหมายสั่งการแต่ละกองบัญชาการและกองบังคับการนำไปปฏิบัติ ในการหาข้อมูลและมาตรการการเตรียมความพร้อม
ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยหาข้อมูลการก่อเหตุครั้งนี้ หาพยานหลักฐานโดยเฉพาะยานวัตถุที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงพยานบุคคลเพื่อตรวจหาผู้ต้องสงสัย และยังตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้กว้างๆ ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องการก่อการร้าย เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ในส่วนของการเตรียมความพร้อมก็มีการจัดกำลังออกตรวจพื้นที่จุดล่อแหลม จุดเสี่ยงตามสถานที่สำคัญ ที่มีคนพลุกพล่าน ห้างสรรพสินค้า และสถานีขนส่ง
"จะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงภายใน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมซึ่งดูแลด้านความมั่นคง ท่านได้ให้คำแนะนำในด้านการดำเนินงาน และเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเน้นย้ำไม่ให้สถานกาารณ์ลุกลาม พนร้อมกับบอกว่าน่าจะเป็นแค่การสร้างสถานการณ์ในบ้านเมืองให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ ไม่น่าจะหวังต่อชีวิตประชาชน เพราะแรงระเบิดเป็นแรงดันต่ำ ขนาดตะปูที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิด ยังไม่คดงงอจากแรงระเบิด คาดว่าประสงค์ที่จะสร้างสถานการณ์เท่านั้น และอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตกใจ หรือวิตกกังกวล เพราะหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงจะเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจตราป้องกันเหตุ และฝากพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยวางทิ้งไว้ให้รีบแจ้ง 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเข้าตรวจสอบ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นผู้ชายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นแผลจากเศษกระจกบาดที่มือขวา
รายงานข่าวระบุว่า การประชุมที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ประชุมได้ให้น้ำหนักเกี่ยวกับปมขัดแย้งทางการเมือง สร้างสถานการณ์เพื่อให้บ้านเมืองมีความรุนแรง จึงสั่งเฝ้าระวังเหตุหลังจากนี้อย่างใกล้ชิดและเข้มข้น ตั้งด่านตั้งจุดตรวจจุดสกัดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ล่อแหลมจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุลักษณะนี้ ภายหลังประชุมที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสร็จสื้น ชุดทำงานโดยเฉพาะฝ่ายสืบสวนได้ประชุมคลี่คลายคดีกันต่อที่ บช.น. และจะมีการเรียกประชุมเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวนี้เป็นระยะหลังจากนี้
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากการดูกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบชายไทยต้องสงสัย 2 คน โดยทั้งคู่สวมหมวกแก๊ป ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนขาวยาว รูปร่างค่อนข้างท้วม ก่อนเกิดเหตุได้เดินมายังจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น.
จากนั้นได้เดินกลับไป ต่อมาได้เดินกลับมาพร้อมกับถุงพลาสติกสีส้มแล้วหยิบสิ่งของในถุงขึ้นมากดเหมือนตั้งเวลาแล้ววางไว้ที่เดิม และยังนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งเดินหนีไปในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ต่อมาเวลา 20.06 น.ระเบิดลูกแรกที่อยู่บริเวณจุดบริการด่วนมหานคร ของกทม.ซึ่งมีไว้สำหรับบริการด้านทะเบียนบัตรประชาชน รวมทั้งงานตรวจสอบและคัดรับรองทะเบียนราษฎร์และบริการข้อมูลด้านท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่จุดทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ตั้งอยู่ด้านห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใกล้กับทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ภายหลังระเบิดลูกแรกทำงาน ระเบิดลูกที่สองก็ระเบิดขึ้นห่างกันประมาณ 30 วินาที ตรงบริเวณลานน้ำพุพารากอนพาร์ค หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน