พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.อก.ภ.3 พ.ต.อ.กำธร อุ๋ยเจริญ ผกก.เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) และทีมสืบสวนคดีระเบิดหน้าห้างฯพารากอน ร่วมประชุมติดตามดำเนินคดีระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ฝั่งทางเข้ารถไฟฟ้าบีทีเอส เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 1ก.พ.ที่ผ่านมา
ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนกำลังเร่งติดตามดำเนินคดี ซึ่งได้มีความคืบหน้าไปมากพอสมควรแล้ว โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุ ดำเนินการเป็นกลุ่ม ไม่ต่ำกว่า 2 คน
และระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประเภทไปป์บอม ขนาด 10x20 ซ.ม.น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยสายไฟ ภายในมีเศษตะปูบรรจุอยู่ด้วย คาดว่าคนร้ายหวังผลให้มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
โดยภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องสงสัยนำระเบิด ใส่ถุงสีส้มมาวางไว้บริเวณดังกล่าว ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปตรวจสอบ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ประมาณ 90% ของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นใน กทม.นั้น มักมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่สาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า เกิดจากอะไร และคิดว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษา อย่างที่มีการคาดเดากันก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน
เนื่องจากหากเป็นนักเรียนช่างกล อาวุธที่ใช้จะเป็นระเบิดปิงปอง หรืออาวุธปืน แต่ระเบิดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุคราวนี้ เป็นระเบิดที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการประกอบ แต่ทั้งนี้ ตนยังไม่อยากตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงคาดว่าอาจเป็นการทำเพื่อดิสเครดิต เพื่อให้การท่องเที่ยวเสียบรรยากาศ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อไปว่า ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังนำข้อมูลของคดีระเบิดที่เคยเกิดขึ้นใน กทม. มาพิจารณาในการสอบสวน พบว่า ลักษณะการประกอบระเบิด มีความคล้ายคลึงกับเหตุระเบิดในเขตพื้นที่มีนบุรี เมื่อเดือน มี.ค. 57 ที่ผ่านมา
และเชื่อว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้ แต่ขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความถูกต้องและรอบคอบ คาดว่าจะออกหมายจับผู้ต้องสงสัยได้ประมาณ 2 คน มาสอบสวนได้ภายในสัปดาห์นี้
ซึ่งตนขอประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ ว่ามีจิตใจอำมหิต เพราะจากที่ทราบกันดีว่า ในวันเสาร์และอาทิตย์ บริเวณดังกล่าวจะมีประชาชนพาลูกหลานมาเดินเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การก่อเหตุในบริเวณและเวลาดังกล่าว อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ทางด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด