เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว "บิสซิเนสแอร์" ให้ทำการบินต่อไปได้

24 ม.ค. 2558 | nation_ent

ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว "บิสซิเนสแอร์" ให้ทำการบินต่อไปได้


ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ - 23 ม.ค. 58 - ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว บิสซิเนสแอร์ ให้ทำการบินต่อไปได้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ในคดีที่ยื่นฟ้อง กรมการบินพลเรือน สั่งระงับอนุญาตการบิน

ศาลปกครองมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ให้กรมการบินพลเรือน ผู้ถูกฟ้องคดี ดำเนินการอนุญาตให้ บริษัท บิสซิเนสแอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ฟ้องคดี ทำการบิน หลังจากวันที่ 16 มกราคม 2558 ต่อไปได้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือจนกว่าใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ จะหมดอายุ ในคดีที่บริษัทบิสซิเนสแอร์ฯ ยื่นฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 78/2558 เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ จากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องมีคำสั่งระงับการอนุญาตทำการบิน คำสั่งพักใช้ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ และคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ พร้อมขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และขอให้ผู้ฟ้องคดีทำการบินได้ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา โดยศาลได้นัดไต่สวนคู่ความในวันที่ 19มกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะนัดฟังคำสั่งในวันที่ 23 ม.ค.

ศาลได้พิจารณาคำฟ้อง คำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน คำขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการให้บริการขนส่งทางอากาศแบบประจำระหว่างประเทศและแบบไม่ประจำ ตามใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศที่ 12/2557

ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 7 มกราคม 2558 แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าบริการควบคุมการจราจรทางอากาศให้กับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด รวมเป็นเงินประมาณ 51 ล้านบาท แต่เบื้องต้นผู้ฟ้องคดีต้องชำระค่าบริการดังกล่าวในอัตราร้อยละ33 คำนวณเป็นเงินประมาณ 17 ล้านบาท มิเช่นนั้นจะถูกผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการระงับการอนุญาตทำการบินตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2558 พักใช้ใบรับรองผู้ดำเนินการทางอากาศ และเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งผู้ถูกฟ้องคดีว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระคงเหลือ 1,666,188.80 บาท ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระให้กับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ครบถ้วนแล้ว แต่วันที่ 16มกราคม เป็นต้นมา ผู้ฟ้องคดีก็ยังไม่สามารถทำการบินได้

ข้อเท็จจริงรับฟังในเบื้องต้นได้ว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการบินแบบประจำเนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่ชำระหนี้ค่าบริการควบคุมการจราจรทางอากาศให้แก่บริษัทวิทยุการบินฯ ในอัตราสมาชิกเป็นเงินจำนวน 17,366,188.80 บาท ประกอบกับผู้ฟ้องคดีมีเครื่องบินที่อยู่ในความครอบครองและพร้อมใช้งานเพียงหนึ่งลำ (อีก2ลำอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง) จึงไม่สามารถทำการบินได้ ซึ่งพิจารณาจากการไต่สวนได้ความว่า ผู้ฟ้องคดีได้ชำระค่าบริการจำนวน 100,000 บาท ต่อเที่ยวบินมาตั้งแต่เดือนเมษายน - พฤศจิกายน 2557 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,700,700 บาท จึงเหลือค้างชำระ 1,666,188.80 บาท ซึ่งต่อมาผู้ฟ้องคดีได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่15 มกราคม 2558 ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดีเหลือเครื่องบินลำเดียวนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อวันที่ 4ธันวาคม 2557 ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี และบริษัทวิทยุการบินฯ โดยที่ประชุมมีมติว่าผู้ฟ้องคดีสามารถทำการบินแบบประจำได้แม้จะเหลือเครื่องบินลำเดียว แต่ต้องจัดทำแผนสำรองหากเกิดกรณีเครื่องบินขัดข้องไม่สามารถให้บริการได้

ดังนั้นการที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีระงับอนุญาตทำการบินตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2558นั้น มิได้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างใด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทำการระงับอนุญาตการบินจึงน่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งกับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจของผู้ฟ้องคดี ที่กำลังเจรจากับกลุ่มที่จะเข้าร่วมทุนกับผู้ฟ้องคดีด้วย รวมทั้งการให้สินเชื่อกับธนาคารต่างๆซึ่งได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)แล้ว เป็นเงินจำนวน120 ล้านบาท (เพื่อซื้อเครื่องบินลำใหม่) และความน่าเชื่อถือของกลุ่มลูกค้า และยังส่งผลต่อการจัดทำบริการสาธารณะที่ให้บริการกับผู้ใช้บริการ

คดีจึงมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวตามที่ผู้ฟ้องคดีขอมาใช้ ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับข้อ 77 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครอง ว่าด้วยพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 และมาตรา 255 (2) (ก) และ (ข) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการอนุญาตให้ บริษัท บิสซิเนสแอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ฟ้องคดี ทำการบิน หลังจากวันที่ 16 มกราคม2558 ต่อไปได้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือจนกว่าใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศจะหมดอายุ

ข่าวล่าสุด