นางธนัญญา แซ่อึ้ง อายุ 50 ปี และนายบำรุง พัดพรหม อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นกระเป๋ารถและคนขับรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. ปรับอากาศ สาย 203 หมายเลขข้างรถ 35 เดินทางมาที่สำนักงานใหญ่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. พร้อมกับ น.ส.สายทอง แก้วคอนไทย อายุ 42 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว
เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดินรถเอกชนร่วมบริการ หลังมีคลิปถูกเผยแพร่และมีการแชร์อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับกรณีกระเป๋ารถโดยสารคันนี้ได้ทำร้ายร่างกายและผลักเด็กซึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าตั๋ว ลงจากรถจนได้รับบาดเจ็บ ถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาถึงความไม่เหมาะสม ทำเกินกว่าเหตุและไม่มีน้ำใจ โดยมี น.ส.บังอร แตงหอม เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 ฝ่ายเดินรถเอกชนร่วมบริการ ขสมก. เป็นผู้สอบสวนข้อเท็จจริง
ภายหลังการสอบสวนลงบันทึกข้อความบุคคลทั้งสองเจ้าหน้าที่ได้ให้เซ็นชื่อยืนยันในใบบันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งระหว่างสอบข้อเท็จจริง นางธนัญญา อธิบายว่า จากคลิปที่ปรากฏขึ้นบนโลกออนไลน์ ไม่เป็นความจริง ถูกกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียว และเด็กผู้ชายคนนี้ที่จริงอายุ 19 ปี
แต่เป็นที่ทราบกันว่าเป็นเด็กพิเศษมีอาการทางสมอง จะขึ้นรถสายนี้เป็นประจำ ซึ่งรถจะวิ่งระหว่างท่าน้ำนนท์-สนามหลวง เด็กผู้ชายคนนี้มักจะขึ้นรถเมล์ป้ายหน้าห้างโลตัสบางพลัด ถ.จรัญสนิทวงค์ หรือหน้าโรงเรียน เป็นประจำและจะไปลงย่านบางกรวยแถวสะพานพระราม 7 ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเก็บค่าโดยสาร
เมื่อเขาขึ้นรถมาเสมือนเป็นผู้โดยสารวีไอพี เพราะเวลาขึ้นรถมาจะมีคนลุกให้นั่ง ตนก็มักจะพูดหยอกเสมอว่าหนีเที่ยวอีกแล้ว ไปเที่ยวไหนมา และเหตุการณ์ที่กลับกลายมาเป็นคลิปดังในโลกออนไลน์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. เขาก็ขึ้นรถมาปกติที่ป้ายเดิมตรงหน้าโรงเรียน...เวลานั้นมีผู้โดยสารเกือบเต็มรถส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา จึงพูดแหย่ว่าวันนี้จ่ายค่าโดยสารด้วยนะ
นางธนัญญา กล่าวอีกว่า เป็นการพูดแหย่ปกติ แต่เข้าใจว่าเขาเป็นเด็กพิเศษที่ผ่านมาเขาก็ตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน โดยไม่เคยได้เก็บค่าโดยสารเด็กคนนี้แม้แต่ครั้งเดียว แต่วันนั้นเขาน่าจะอารมณ์บูด
หลังจากที่พูดแหย่เล่นเรื่องจ่ายค่าโดยสารด้วยนะเขาก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่พอใจ เหวี่ยงกระเป๋าสีดำที่สะพายมาแล้วฟาดลงกับพื้นรถ และทำท่าจะปรี่เข้ามาหาตน ตนก็ถอยหลังพร้อมกับห้ามปรามว่าอย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวแจ้งตำรวจจับนะ แต่เขายังไม่หยุดยังเดินเข้ามาหา ตนจึงยกกระบอกเก็บค่าโดยสารขึ้นทำท่าเหมือนจะตี แต่ไม่ได้ตี
พร้อมกับชี้หน้าบอกว่า อย่าเข้ามานะ เขาจึงหยุด ตนพร้อมกับคนขับรถจึงบอกว่าทำแบบนี้รบกวนผู้อื่นคงไปด้วยกันไม่ได้ เมื่อรถวิ่งมาถึงป้ายตรงหน้าวัดบางพลัดคนขับก็จอดเปิดประตูให้ผู้โดยสารลง เขาเองก็ลงไปพร้อมกับผู้โดยสารซึ่งเขาเพิ่งขึ้นรถมาได้แค่ป้ายเดียว
นางธนัญญา ยังกล่าวอีกว่า ตัวเองมีวุฒิภาวะพอ รู้อะไรควรทำไม่ควรทำ เด็กคนนั้นตัวใหญ่มากตนจะไปทำอะไรได้ไม่มีทางทำอย่างที่คนในสังคมออนไลน์ด่าและกล่าวหาแน่นอน เพราะก่อนมาทำงานตรงนี้ตนเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนอยู่นาน 18 ปี
โดยสอนการโรงแรม และการบริหารธุรกิจ จากนั้นโรงเรียนก็ยุบไปก็มาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ได้ปีกว่า ถ้าทำผิดจริงยอมรับผิด แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำจริงๆ พยานบนรถที่เป็นผู้โดยสารมีเยอะแยะ ถ้ามีเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาจริงทำไมไม่มีคลิปเหตุการณ์บนรถ ลึกๆแล้วอยากคุยกับคนถ่ายและลงคลิปว่ารู้ความจริงมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช้มาโพสต์เอาสนุก แต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ภายหลังการสอบข้อเท็จจริง นางธนัญญาและนายบำรุง ได้เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดบริหาร ขสมก. รักษาการในฐานะผู้อำนวยการ ขสมก.ก่อนที่นางปราณีจะเปิดเผยว่า
หลังจากรับทราบเรื่องคลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ก็สั่งให้ ทาง ขสมก.รวมทั้งรถร่วมบริการตรวจสอบว่าเป็นรถคันไหน ใครเป็นกระเป๋า ใครเป็นคนขับ กระทั่งทราบรถและตัวบุคคล
จึงได้เรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งนางธนัญญาและนายบำรงก็ให้การปฏิเสธ ว่าไมได้เป็นดั่งที่คลิปกล่าวอ้าง ขณะเดียวกันทาง ขสมก.เองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยจะต้องตามหาตัวเด็กผู้ชายในคลิป รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ สอบถามตรวจสอบจนได้ข้อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดครบถ้วน
นางปราณี กล่าวอีกว่า ระหว่างการตรวจสอบยังไม่มีข้อสรุปได้สั่งให้รถประจำทางคันนี้หยุดให้บริการ รวมทั้งคนขับรถและกระเป๋ารถก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะได้ข้อสรุป โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งการเยียวยา เบื้องต้นกำหนดในการตรวจสอบเรื่องนี้ไว้ที่ 7 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ก็จะต่อออกไปอีก หากการตรวจสอบสรุปว่าผิดจริง ก็จะยกเลิกเพิกถอนไม่ให้ทำหน้าที่ขับรถและกระเป๋ารถตลอดไป หากไม่ผิดก็สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ปกติและเยียวยากันต่อไป
พ่อค้าร้านไก่ย่างห้าดาวระบุว่า วันเกิดเหตุช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ขายไก่ย่างอยู่นั้นได้สังเกตเห็นรถประจำทางปรับอากาศ สาย 203 จอดอยู่ และมีการยื้อยุดเด็กผู้ชาย กระทั่งเด็กตกลงมาจากรถ
จากนั้นเด็กก็นั่งร้องไห้โดยมีเลือดออกมาจากบริเวณระหว่างโหนกแก้มและหางคิ้วด้านซ้าย คนระแวกนั้นรวมทั้งตนจึงวิ่งเข้าไปดูและช่วยเหลือ และมีการแชร์คลิปเรื่องนี้โด่งดังไปทั่ว
ผู้สื่อข่าวได้ตามไปพูดคุยกับน้องฟิชโช เด็กที่อยู่ในคลิป บ้านอยู่ย่านบางกรวย โดยน้องฟิชโช เล่าว่า ปัจจุบันอายุ 19 ย่าง 20 ปี เป็นบุคคลพิการเนื่องจากผ่าตัดสมองตั้งแต่อายุ 12 ปี ร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ ทำให้ยังดูเหมือนเด็ก แต่ความจำยังดี วันที่เกิดเหตุเป็นช่วงเย็น ตนไปเดินเล่นโลตัสบางพลัด
โดยไปเพียงลำพัง ซึ่งตนไปบ่อย และจะโดยสารรถประจำทางสาย 203 เป็นประจำ โดยไม่ได้จ่ายเงินค่าโดยสารเนื่องจากเป็นผู้พิการ และวันเกิดเหตุเมื่อตนขึ้นรถตรงป้ายหน้าโรงเรียนบูรณวิทย์ กระเป๋ารถเมล์ที่เป็นผู้หญิงก็จะมาเก็บค่าโดยสาร ตนบอกไม่มี เขาจึงมีท่าทางโมโหด้านนายรุ่งศักดิ์ ยาใจ อายุ 60 ปี คนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง กล่าวว่า ตนเป็นผู้ปกครองน้องฟิชโช โดยทำเรื่องรับมาเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เด็ก ส่วนพ่อแม่แท้ๆ เสียชีวิตไปหมดแล้ว ตอนเด็กยังเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป เรียนหนังสือถึงชั้น ป.6 ก่อนพบว่าป่วยมีก้อนเนื้อที่สมองซีกขวา ต้องผ่าตัดสมอง ฉายรังษี 25 ครั้งจนก้อนเนื้อหาย จึงทำให้ร่างกายเขาพิการแบบนี้ แต่สมองความจำยังดี พูดรู้เรื่อง
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่วันเกิดเหตุที่น้องฟิชโชกลับมาถึงบ้านร้องไห้เลือดอาบหน้ามาเลย พอได้ดูคลิปก็รู้สึกเสียใจ ทำไมทำกับเด็กพิการได้ขนาดนี้