.ผู้ตรวจราชการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายโกวิท สัจจวิเศษ บอกถึงกรณีมีผู้ประกันตนมาตรา 40 กลุ่มที่อายุ 60 ปีขึ้นไปทยอยลาออกจากการเป็นผุ้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 กรณีสิทธประโยชน์ชราภาพเพื่อต้องการเงินสมทบย้อนหลังจากรัฐบาลนั้น
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมจนถึงขณะนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ลาออกกว่า 1 พันคนทั่วประเทศจากที่มียอดผู้ประกันตนกลุ่มนี้กว่า 3.5 แสนคน ซึ่งผู้ประกันตนที่ลาออกมีจำนวนน้อยโดยขณะนี้สปส.ได้ให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดต่างๆจ่ายเงินเฉพาะส่วนที่ผู้ประกันตนสมทบเดือนละ 100 บาทเท่านั้น ส่วนที่รัฐจ่ายสมทบเดือนละ 100 บาทนั้นยังไม่มีการจ่ายให้ชะลอไว้ก่อน เพื่อดูข้อกฏหมาย
ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการชะลอการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 นั้น จะทำให้ผู้ประกันตนฟ้องร้องสปส.หรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นสิทธิของผู้ประกันตน แต่อยากให้ผู้ประกันตนเข้าใจถึงการทำงานของประกันสังคม
ซึ่งขอยืนยันว่าผู้ประกันตนไม่เสียสิทธิอย่างแน่นอนเพียงแต่เวลานี้ยังไม่จ่ายเงินในส่วนของรัฐทันทีที่ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน เพื่อป้องกันปัญหาผู้ประกันตนลาออกเพราะต้องการเงินสมทบ
ในส่วนของรัฐซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์มาตรา 40 ที่ต้องการให้ออมเงิน จึงต้องศึกษาถึงวิธีการจ่ายเงินให้รอบคอบและรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในภาพรวมของกองทุนประกันสังคมและผิดเจตนารมณ์กฎหมาย
นายโกวิท บอกอีกว่า ขณะนี้สปส.อยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า หากมีการลาออกเพื่อขอรับเงินสมทบในเวลารวดเร็วผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ และการจ่ายเงินสมทบในส่วนของรัฐควรจะทำอย่างไรรวมทั้งจะต้องจะออกกฎหมายลูกเพื่อจัดทำเงื่อนไขรองรับหรือไม่
เช่น อาจจะกำหนดให้ผู้ประกันตนมาตรา 40ทางเลือกที่ 3 เป็นผู้ประกันตนไปก่อน 1 2 ปี จึงจะสามารถลาออกและรับเงินสมทบทั้งส่วนที่ส่งเองและรัฐสมทบได้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมกราคมนี้
ขณะเดียวกันสปส.จะเร่งจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2554(มาตรา 40) เพื่อขยายเวลารับสมัครผู้ประกันตนที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดรับสมัครได้ในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนผู้ประกันตนที่ลาออกไปแล้วไม่สามารถกลับเข้ามาสมัครใหม่ได้ อีก