ทั้งนี้ภายหลังจากการจับกุมตัวนายภาดา บัวขาว หรือ โอ๊ต ภาดา ผู้ต้องหาในคดีลักเงินคงคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง มาได้ ฝ่ายชุดสืบสวนขยายผลจนทราบว่า รถหรูทั้ง 2 คัน เป็นของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี ได้ให้รถไว้กับนายภาดา ที่ทำหน้าที่ผ่องถ่ายขายทรัพย์สินให้กับนายกิตติศักดิ์เป็นคนดูแล ก่อนที่นายภาดาจะนำรถทั้ง 2 คันไปฝากนายฐิติ หรือ เบ๊นซ์ ที่เป็นนายหน้าขายรถ ขายต่ออีกทอด เจ้าหน้าที่จึงติดตามยึดรถทั้ง 2 คัน มาตรวจสอบ ในส่วนความสัมพันธ์ของทั้ง 3คนนี้ จากคำให้การของนายภาดาพบว่าทั้งตัวนายฐิติ นายภาดา นายกิตติศักดิ์ รู้จักกันหมดทั้ง 3 คน
พ.ต.อ.ณษ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัตินายฐิติ พบว่ามีหมายจับของ สน.ลุมพินี ในคดียักยอกทรัพย์ เมื่อปี 2552 จึงได้ส่งตัวนายฐิติ ไปดำเนินคดีที่ สน.ลุมพินี ส่วนที่มาที่ไปของรถนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้แล้ว ส่วนรถทั้ง 2 คัน จะแจ้งไปยัง ปปง. เพื่อดำเนินการอายัดต่อไป นอกจากนี้ยังพบอีกว่า นายกิตติศักดิ์ผู้ต้องหานำเงินที่ได้จาก สจล.ไปซื้อรถหรูอีกหลายคัน บางคันพบว่าได้ถูกขายไปแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม ส่วนใหญ่จะเป็นรถยี่ห้อเบนซ์
พ.ต.อ.ณษ กล่าวอีกว่า สำหรับคดี สจล.ขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด พร้อมกับแยกเป็นคดีๆไป เพราะเริ่มแรกเป็นเรื่องคดีเงิน 80 ล้านบาท ที่พนักงานสอบสวนออกหมายจับและจับผู้ต้องหามาได้ มีกำหนดฝากขังครบประมาณปลายเดือนหน้า ซึ่งในส่วนนี้ต้องเร่งในหลักฐานต่างๆ อย่างเร่งด่วนเพื่อจะได้สรุปสำนวน ส่วนคดีที่แยกออกมาเป็นคดีฟอกเงินเจ้าหน้าที่ยังมีเวลาอีกนาน ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่ม ต้องรอเรียกตัวคนที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกไป 26 คนมาพบก่อน เพื่อหาความเชื่อมโยงต่อไป