และตรวจสอบเชิงลึกพบพยานหลักฐาน ทั้งที่เป็นพยานวัตถุและพยานเอกสาร คดีนี้ ก.ล.ต. ได้ยื่นเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2557
นายวรพล เห็นว่า คดีนี้ มีหลักฐานและมีข้อมูลความผิดชัดเจน แต่ขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยไปแล้วประมาณ 4 เดือน จึงขอเรียกร้องให้ทางดีเอสไอเร่งดำเนินการจัดการเพราะถือเป็นคดีสำคัญ
"ผมขอให้ท่านอธิบดีอีเอสไอและอัยการสูงสุด ลงมาควบคุมคดีนี้เองเพราะเป็นคดีที่มีความสำคัญ เพื่อความโปร่งใส และให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จำเป็นจะต้องระมัดระวัง เพราะเอกสารอาจจะสูญหายได้ เนื่องจากคดีมีเอกสารประกอบจำนวนมาก "นายวรพล กล่าว
นายวรพล กล่าวอีกว่าอยากจะเรียกร้องให้ทางดีเอสไอ ช่วยรื้อฟื้นคดีเก่า 14 คดี ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายฉาย บุนนาค และพวกไปแล้ว 14 คดี แต่อธิบดีดีเอสไอในอดีต และอัยการสั่งไม่ฟ้อง ไปเมื่อเดือนมิ.ย.2557 ดังนั้นควรจะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ถ้ารื้อฟื้นได้จะพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกันได้
อย่างไรก็ตาม ดคีทางเศรษฐกิจเป็นคดีสำคัญโดยเฉพาะเรื่องหุ้นถือเป็นคดีสำคัญ ที่ผ่านมาการดำเนินการล่าช้ามาก แต่ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้รับอนุมัติจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อครั้งทำหน้าที่คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้แก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ใหม่ ขณะนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ(สนช.) ได้เร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.แก้ไขฉบับใหม่ ได้มีการแก้ไขบทลงโทษทางแพ่งไว้ ให้สามารถดำเนินการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำผิดได้ เพื่อให้ ก.ล.ต. ดำเนินคดีทางแพ่ง และสามารถยึดทรัพย์ และเปรียบเทียบปรับ ให้หยุดการ กระทำผิด ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องการให้กฤษฎีกาเร่งดำเนินการเสนอ สนช. เพื่อที่ ก.ล.ต.จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดได้ และเพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลได้
สำหรับร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับใหม่ที่เสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม มีสาระสำคัญให้สำนักงานก.ล.ต. ดำเนินการเอาผิดทางแพ่งในความผิดบางประเภทเพิ่มเติม จากเดิมที่กำหนดไว้ในคดีอาญาเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ นายวรพล ให้สัมภาษณ์ว่า กฎหมายใหม่จะกำหนดให้ ก.ล.ต. ตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในฝ่ายต่างๆ ในการพิจารณาการกระทำความผิด หากพบว่า มีความผิดจริง ก.ล.ต. เปรียบเทียบปรับได้ทันที โดยจะพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมกับเงินค่าปรับ
"การดำเนินการทางแพ่ง จะมีส่วนช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ส่วนคดีอาญา ยังมีการส่งคดีเข้าสู่การพิจารณาคดีตามเดิม นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังให้อำนาจ ก.ล.ต. ในการสั่งห้ามบุคคลที่กระทำความผิดเข้ามาเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 5 ปี"
สำหรับผู้มีอำนาจลงโทษและบังคับ ผู้กระทำความผิดคือคณะกรรมการกำหนดมาตรการลงโทษคดีแพ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิสระจากสำนักงานและรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง โดยอายุความในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่ง จะกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่กระทำความผิด และไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่เกิดการกระทำความผิด หรือหากเป็นกรณีที่มีการลงโทษผู้กระทำผิดทางอาญาก่อน การบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีมาตรการลงโทษทางแพ่ง ต้องดำเนินการภายใน 2 ปี นับแต่วันที่คดีอาญาถึงที่สุด
แหล่งข่าวจากกองทัพ เปิดเผยว่าขณะนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้รวบรวมข้อมูลกรณี บริษัทโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือเอสแอลซี เข้าซื้อหุ้น บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นเอ็มจี และบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ที่กำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นการกวาดซื้อหุ้นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจสื่อ เพื่อครอบงำสื่อหรือไม่
ประเด็นดังกล่าวเป็นที่สนใจของฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่แค่เพราะการเข้าถือหุ้นธุรกิจสื่อที่ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมากกว่า 1 ช่องของเอสแอลซี ซึ่งส่อขัดประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เท่านั้น ทว่ายังอาจมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
"หน่วยงานความมั่นคงได้เกาะติดเรื่องนี้ และได้รวบรวมข้อมูลรายงานนายกรัฐมนตรีไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา" แหล่งข่าวจากกองทัพระบุ
ตั้งข้อสังเกตไม่ใช่"ลงทุนธุรกิจธรรมดา"
ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่า การเข้าซื้อหุ้นเนชั่นและแกรมมี่ของเอสแอลซี น่าจะไม่ใช่การลงทุนทางธุรกิจธรรมดา เพราะเอสแอลซีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลช่องข่าวและสาระ ทั้งยังกำลังร่วมลงทุนในกลุ่มบริษัท ทีนิวส์ ซึ่งมีรายการข่าวทางโทรทัศน์ดาวเทียมด้วย
สถานการณ์ตั้งแต่ปลายปี 2557 เป็นต้นมา เอสแอลซีได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อโทรทัศน์ถึง 4 แห่ง คือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง ONE และช่อง GMM เป็นช่องวาไรตี้และบันเทิง, เนชั่นทีวี ซึ่งเอ็นเอ็มจีถือหุ้นใหญ่ มีทีวีดิจิทัลช่องข่าวและสาระ, สปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัลช่องข่าวและสาระ และทีนิวส์
"เรามองว่าหากเรื่องนี้ไม่ใช่การลงทุนทางธุรกิจธรรมดา แต่สมมติว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ก็อาจกระทบกับสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศได้ จึงได้รวบรวมข้อมูลเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นท่านนายกฯ รับทราบแล้ว" แหล่งข่าวจากกองทัพกล่าว
ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า ปี 2558 จะเป็นปีที่มีความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้น จากการแสดงพลังเพื่อคัดค้านเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจไม่เป็นไปตามที่บางฝ่ายต้องการ และอาจมีการชุมนุมเรียกร้องเรื่องราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ โดย 2 ประเด็นนี้อาจถูกโยงเข้าหากันและผสมโรงกันได้หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
ฉะนั้นการที่มีกลุ่มธุรกิจเข้าไปมีอิทธิพลในสื่อกระแสหลักหลายสื่อ โดยเฉพาะทีวีดิจิทัล จึงอาจมีผลต่อสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศได้เหมือนกัน และนี่คือสาเหตุหลักของการเข้าไปตรวจสอบ เป็นประเด็นทางความมั่นคง ไม่ใช่การแทรกแซงการลงทุนของภาคเอกชน
สั่งตรวจสอบย้อนหลังคดีเก่า
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า รายงานที่หน่วยงานความมั่นคงนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น มีประเด็นการตั้งข้อสังเกตกรณีบริษัทเอสแอลซี เคยถูกดำเนินคดีปั่นหุ้นถึง 2 ครั้งด้วย โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ปรากฏว่าคดีชุดแรก ดีเอสไอมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่คดีชุดหลังยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
"มีการเสนอว่าคดีกลุ่มแรกที่สั่งไม่ฟ้อง เป็นยุคอดีตอธิบดีดีเอสไอท่านหนึ่ง ซึ่งถูก ตั้งคำถามจากสังคมค่อนข้างเยอะเหมือนกัน จึงมีการเสนอให้รื้อหรือตรวจสอบย้อน หลังคดีปั่นหุ้นชุดแรกด้วยว่าความเห็น ที่เสนอสั่งไม่ฟ้องนั้น มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ อย่างไร" แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ท่าทีของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้บังคับบัญชาของดีเอสไอ และนาง สุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ล่าสุดที่ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีปั่นหุ้น น่าจะสะท้อนให้เห็นว่า นายกฯประยุทธ์ ได้หารือเรื่องนี้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว และเป็นประเด็นในระดับรัฐ
"สมเกียรติ"ชี้เอสแอลซีไม่ได้ตั้งใจทำสถานีข่าว
นายสมเกียรติ อ่อนวิมล นักสื่อสารมวลชนชื่อดัง อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งเคยเคลื่อนไหวเรื่องเสรีภาพสื่ออย่างเข้มข้น ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านการตอบคำถามทางอีเมล์เกี่ยวกับกรณี เอสแอลซี เข้าซื้อหุ้นกลุ่มเนชั่น ในขณะที่เข้าถือหุ้นในสปริงนิวส์ และแกรมมี่ ซึ่งเป็น ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลว่า ส่วนตัวไม่รู้อะไรนัก เพราะออกจากสปริงนิวส์มากว่า 1 ปีแล้ว ไม่รู้ลึกเรื่องภายใน
อย่างไรก็ดี คิดว่า บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ฯ ไม่มีความตั้งใจทำให้สปริงนิวส์เป็นสถานีข่าวจริงจังอะไร นอกจากอยู่คู่ใจไปกับบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ฯ
ส่วนประเด็นการซื้อหุ้นข้ามสื่อ นาย สมเกียรติ มองว่า เหมือนกรณีบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) แอบซื้อหุ้นมติชนเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งก็เป็นสิทธิในการทำธุรกิจปกติ ผู้ถือหุ้นใหญ่คงรู้ล่วงหน้าตลอดเวลา แต่เด็กๆ รายย่อยไม่รู้
"สื่อสารมวลชนเป็นธุรกิจครับ" นายสมเกียรติระบุทิ้งท้าย