เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558 สภาวะคลื่นลมในทะเลอ่าวไทย บริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลา เริ่มลดความรุนแรงลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ชายฝั่งจังหวัดสงขลาถูกคลื่นลมแรงกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนับสัปดาห์และหลายๆรอบ
อย่างไรก็ตามจากผลพวงของคลื่นลมแรงในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้น หลายครั้งได้ทิ้งความเสียหายให้กับพื้นที่บริเวณชายหาดของจ.สงขลา หลายจุดโดยเฉพาะบริเวณสถานีสูบน้ำเสียที่ 4 โครงการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียรวม ของเทศบาลนครสงขลาร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย ถนนเลียบชายทะเล หมายเลข สข.2004 ของกรมทางหลวงชนบท สายสงขลา นาทับ พื้นที่บ้านเกาะแต้ว ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ระหว่างกิโลเมตรที่ 32 เสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ 2 ต้น ที่อยู่ริมชายหาด ถูกคลื่นซัดหักโค่นลงมาทั้งสองต้น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากล้มลงมาในช่วงกลางคืน
ส่วนบริเวณชายหาดพื้นที่บ้านเกาะแต้ว ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ใกล้กับสถานีสูบน้ำเสียที่ 4 มีสภาพชายหาดที่ถูกคลื่นกัดเซาะ โดยเฉพาะป่าสนริมทะเลถูกคลื่นซัดหักโค่น กว่า 20 ต้น ล้มระเนระนาด ทิ้งซากต้นสนระเกะระกะอยู่ริมชายหาด โดยชาวบ้านได้ตัดลำต้นและกิ่งนำไปใช้ประโยชน์หมดแล้วคงเหลือเพียงโค่นต้นและราก ส่วนต้นขนาดใหญ่ยังตัดไปไม่หมด เนื่องจากแต่ละต้นมีน้ำหนักมาก
สำหรับป่าสนตรงนี้เป็นป่าสนที่สมบูรณ์ แต่ละต้นมีอายุกว่า 10 ปี ต้องล้มโค่นลงอย่างน่าเสียดาย ความเสียหายตรงส่วนนี้ประเมินค่าไม่ได้ ซี่งหากจะปลูกต้นสนทดแทนให้ได้ขนาดต้นสนที่ล้มตายจะต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานสภาพอากาศวันนี้ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะเวลา 1-2 วันนี้