หัวหน้าอช.เขาใหญ่เผย ช้างป่าพังรถ เป็นช้างวัยรุ่นถูกขับออกจากโขลง
11 ม.ค. 2558 | nation_ent

ข่าว
11 ม.ค. 2558 | nation_ent

หัวหน้าอุทยานเขาใหญ่ยืนยันช้างป่าวัย 8 ปีที่พังรถนักท่องเที่ยวเสียหายล่าสุด เป็นตัวเดียวกับที่ทำร้ายรถกระบะในวันที่1 ม.ค. 58 เผยเป็นพฤติกรรมช้างวัยรุ่นที่ถูกขับออกมาโขลง เตรียมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
หลังช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. 2558 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีช้างป่าพังรถยนต์เสียหาย2คัน สถานที่เกิดเหตุบนถนนสาย 3077 (ปราจีนบุรี-เขาใหญ่) กม.30 ต.ปากพลี อ.ปากพลี จ.นครนายกนั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายครรชิต ศรีนพวรรณ บอกว่า เหตุเกิดช่วงประมาณ 16.30 น. มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวในวันหยุด จำนวนมาก พบมีช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 8 ขวบ ออกมาหากินริมถนนข้างทางด่านช้าง จากรถที่วิ่งหนาแน่นและช้างได้ไปหยอกล้อกับรถคันหน้า ก่อนคันที่เกิดเหตุซึ่งได้เบี่ยงหนีทัน
ส่วนคันที่เกิดเหตุเป็นรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ลช 1945 กทม. ขับขี่มาเป็นครอบครัว หญิง 2 ชาย 2 คนไม่สามารถกลับรถหรือถอยหลังหนีทัน และตกใจเหลืออยู่คันเดียว ช้างจึงนั่งทับหน้าฝากระโปรงรถ รถยุบกระจกแตกร้าว ท่ามกลางความตกใจของคนในนั้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สำหรับช้างพังวัย 8 ปีนี้ หัวหน้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยืนยันว่า เป็นช้างตัวเเดียวกันกับที่ออกมาพังรถนักท่องเที่ยวในวันที่ 1มกราคม ซึ่งช้างตัวนี้ แม้จะมีชื่อเรียกในหมู่นักท่องเที่ยวที่พบเห็นทั้ง เรียกว่าไอ้ดื้อ ไอ้แคระปราจีน ไอ้โต๋ และชื่ออื่นๆอีกจำนวนมาก
แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีชื่อเรียกประจำ เพียงจดจำกันได้เป็นอย่างดีเพราะช้างตัวนี้เป็นช้างวัยรุ่น พึ่งแตกหนุ่ม และไม่เชื่อฟังหัวหน้าโขลงจนถูกขับออกมาและเริ่มมีวีรกรรมที่ชัดเจนจนเป็นที่รู้จักในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
ส่วนการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่อพฤติกรรมของช้างวัยรุ่นที่ดื้อตัวนี้นั้น นายครรชิต บอกว่า กำลังจะหารือกันระหว่างนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์เพื่อหาแนวทางจัดการกับช้างที่มีพฤติกรรมวัยรุ่นที่นิสัยดื้อ ไม่เชื่อฟัง ว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพช้างในเรื่องถิ่นที่อยู่ด้วยและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
ขณะที่ในเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดในช่วงนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานฯด้วยเช่นกัน สำหรับข้อเสนอเรื่องปิดทางขึ้นเขาใหญ่ด้านปราจีนบุรี ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สังคมต้องมาร่วมช่วยกันพิจารณา