เนชั่นทีวี

ข่าว

ช้างพังสมพร"ล้ม" ที่แท้ร็อตไวเลอร์รุมกัด ไม่ใช่เสือไฟ

05 ม.ค. 2558 | nation_ent

ช้างพังสมพร"ล้ม" ที่แท้ร็อตไวเลอร์รุมกัด ไม่ใช่เสือไฟ

ตรัง -ประธานชมรมผู้เลี้ยงช้างจังหวัดตรัง ยืนยันสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์รุมกัดช้างตาย ไม่ใช่เป็นเสือไฟตามที่เจ้าของช้างและชาวบ้านบางส่วนเข้าใจ ชี้ จุดล่ามโซ่ช้าง อยู่ห่างบ้านที่เลี้ยงสุนัขดังกล่าวเพียง 100 เมตร เผย ขณะเกิดเหตุก่อนช้างวิ่งหนี กระทืบสุนัขร็อตไวเลอร์ตาย 1 ตัว แต่เจ้าของไม่ยอมรับ และเจ้าของช้างไม่กล้ายืนยัน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2558 จากกรณีที่ช้างพังสมพร อายุ 47 ปี น้ำหนักกว่า 3,000 กก.ซึ่งเป็นของนายสุทัศน์ เมฆหมอก อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177/1 ม.2 ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้ล้มตาย อันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บสาหัสจากการถูกสัตว์ป่าทำร้าย โดยที่เจ้าของและชาวบ้านทั่วไปเข้าใจว่า น่าจะเป็นฝีมือของเสือไฟแม่ลูกอ่อนที่อาจเดินลงมาจากเทือกเขาบรรทัดซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมาก เพื่อหาอาหารกิน แล้วมาเจอช้างขณะเจ้าของตีตรวนล่ามโซ่ไว้บริเวณชายป่าในพื้นที่บ้านห้วยพริก ม.6 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด เข้าตะครุบทำร้ายจนมีบาดแผลเป็นรูรอยเขี้ยวลึก แผลฉกรรจ์ฉีกขาดเป็นทางยาวหลายจุดตามร่างกาย โดยเฉพาะขาหลังทั้ง 2 ข้าง บริเวณลำตัว ใต้ขอบตา งวง คอ และใบหูทั้ง 2 ข้าง 
โดยที่นายสุทัศน์ เมฆหมอก เจ้าของช้าง กล่าวยืนยันว่า พังสมพรได้รับบาดเจ็บจากสัตว์ป่าเข้ามากัดทำร้าย หลังจากที่ตนเองนำไปล่ามโซ่ไว้ภายในบริเวณป่าไสว่างเปล่า บ้านสวนพริก หมู่ 6 ต.เขาปูน โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงช้างร้อง แต่เข้าใจว่าช้างตกมัน จึงได้พากันวิ่งหนี จนกระทั่งโซ่ที่ล่ามไว้ขาดพังสมพร จึงวิ่งหนีไปอาศัยอยู่ในป่าบริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอห้วยยอด ในสภาพเลือดออกทั่วตัว มีบาดแผลฉกรรจ์และร่องรอยฉีกขาดจากกรงเล็บตามร่างกายหลายแผล เมื่อตนเองทราบจึงไปนำพังสมพรกลับมา 
แต่เมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก็พบว่ามีรอยเท้าของสัตว์ป่าชนิดเดียวกัน 2 ขนาด คือ รอยขนาดใหญ่และรอยขนาดเล็ก ทำให้เข้าใจว่าน่าจะเป็นรอยเท้าของเสือไฟที่อาจจะพาลูกลงมาหากิน และมาพบเจอช้างจึงเข้าตะครุบทำร้าย หวังจะกัดกิน แต่ช้างถูกล่ามโซ่ไว้ จึงไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองหรือทำร้ายเสือไฟตัวดังกล่าวได้ ต้องดิ้นรนหลบหนีจนโซ่ขาดและหนีไปในป่า โดยที่พังสมพรได้รับบาดเจ็บสาหัส 
หลังจากเกิดเหตุก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอและแพทย์จากโรงพยาบาลช้าง จ.กระบี่ มาทำการฉีดยาและให้การรักษา จากนั้นได้นำมาผูกไว้ที่บริเวณบ้านห้วยน้ำดำ กระทั่งล้มตายในที่สุด คงเนื่องจากอาการแผลอักเสบและติดเชื้อในอวัยวะภายใน โดยแพทย์ยืนยันได้แค่เพียงว่า บาดแผลดังกล่าวน่าจะเกิดสัตว์ร้ายที่เล็บมีพิษ แต่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจว่า น่าจะเป็นฝีมือของเสือไฟแม่ลูกอ่อน ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุเข้าไปขย้ำหมูของชาวบ้านใน ต.เขาไพร อ.รัษฎา จนตาย และควักเอาเฉพาะส่วนของหัวใจและตับไปกิน เมื่อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ทั้งนี้พื้นที่ ต.เขาปูน ก็อยู่ใกล้เทือกเขาบรรทัดด้วย
นายสุชาติ บัวเกิด ประธานชมรมผู้เลี้ยงช้างจังหวัดตรัง เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า จากการตรวจสอบกับเจ้าของช้างและควาญช้างคนอื่นๆในพื้นที่พบว่า พังสมพรที่ล้มตาย ไม่ใช่ตายเพราะถูกเสือไฟกัดตามที่เจ้าของช้างและชาวบ้านหลายคนเข้าใจกัน แต่เป็นเพราะถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ซึ่งมีเจ้าของบ้านหลังหนึ่งเลี้ยงไว้ประมาณ 4-5 ตัวรุมกัด ทั้งนี้จุดที่เจ้าของช้างนำช้างไปผูกล่ามโซ่ไว้ อยู่ห่างจากบ้านของชาวบ้านรายดังกล่าวไปประมาณ  100 เมตรเศษ  แต่เนื่องจากในช่วงเวลาเกิดเหตุช้างได้เดินและหักกิ่งไม้ในป่ากิน เมื่อฝูงสุนัขพันธุ์ดังกล่าวได้ยินเสียงก็วิ่งกรูไปตามหาต้นเสียงดังกล่าว จนกระทั่งไปพบเจอพังสมพรกำลังหักกิ่งไม้หากินอยู่ริมป่า จึงเข้ารุมทำร้ายพร้อมๆกัน จนทำให้เกิดบาดแผลจากรอยเขี้ยวและรอยเล็บฉีกขาดคล้ายกับรอยเขี้ยวและรอยเล็บของเสือไฟ โดยที่ช้างดิ้นรนต่อสู้จนโซ่ที่ล่ามไว้ได้ขาด และช้างได้กระทืบสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ตายไป 1 ตัว ก่อนที่จะวิ่งหนีเตลิดเข้าป่าไป ในสภาพได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกาย 
ซึ่งต่อมาช้างก็มีอาการเจ็บแผลและติดเชื้อ ทั้งนี้พบว่าอวัยวะภายในของช้างมีสีเขียวคล้ำ อวัยวะบางส่วนเมื่อล้วงเข้าไปพบว่ากลายเป็นสีดำ และยากแก่การรักษา จนกระทั่งล้มตายลงในที่สุด
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าของสุนัขไม่ยอมรับว่า เป็นสุนัขของตนเอง ซึ่งเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินอยู่รอบๆบ้านออกไปรุมกัดช้างจนล้มตาย ประกอบกับเจ้าของช้าง ก็ไม่กล้าไปแจ้งความ และไม่กล้ายืนยันว่า เป็นฝีมือของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ดังกล่าว และเข้าใจว่าอาจจะเป็นฝีมือของเสือไฟก็เป็นได้ เนื่องจากลักษณะบาดแผลก็มีรอยเขี้ยวจมลึกและแผลฉีกขาดคล้ายๆกัน  
"ขอยืนยันว่าพังสมพรตาย เนื่องจากถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์หลายตัวรุมกัดอย่างแน่นอน ไม่ได้เกิดจากฝีมือของเสือไฟ พร้อมเรียกร้องให้ยังเจ้าของสุนัขควรจับสุนัขทั้งหมดขังไว้ เนื่องจากสุนัขพันธ์ดังกล่าวมีลักษณะนิสัยดุร้าย หากเลี้ยงแบบปล่อยไม่มีการขังกรง เกรงจะไปทำร้ายชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่เข้าป่าไปกรีดยางพารา หรือหาของป่าได้ พร้อมเรียกร้องให้ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยช้างหรือเกิดกับคนอื่นๆต่อไป" นายสุชาติ กล่าว

ข่าวล่าสุด