กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ข้อสรุปถึงที่มาของวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว โดยจะมาจากการจากสรรหา ผสมกับการเลือกตั้งทางอ้อม ขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คำนูณ สิทธิสมาน แถลงถึงมติ ของกรรมาธิการยกร่างฯว่า ให้วุฒิสภามีจำนวนไม่เกิน 200 คน โดยที่มา 5 ช่องทาง ได้แก่ 1.มาจากอดีตผู้นำในอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 เช่น อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง 2. มาจากอดีตข้าราชการระดับสูง อาทิ อดีตปลัดกระทรวง และอดีตผู้นำเหล่าทัพ 3. มาจากประธานองค์กรวิชาชีพหรือผู้แทนองค์กรวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับ 4. มาจากกลุ่มภาคประชาชน เช่น สหกรณ์การเกษตร, สหภาพแรงงาน, องค์กรภาคประชาชน โดยทั้ง 4 ช่องทางจะมาจากกระบวนการสรรหาตามสัดส่วนที่จะกำหนดอีกครั้ง
ส่วนที่มาลำดับสุดท้าย จะให้มีการเลือกตั้งทางอ้อม ผ่านการเลือกสรรจากสภาวิชาชีพที่หลากหลาย จากนั้นให้นำบุคคลที่ได้รับการสรรหานั้นไปให้ประชาชนลงคะแนนรับรอง ตามจำนวน โดยวิธีการเลือกตั้งนั้นจะมีการกำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยสมาชิกวุฒิสภารูปแบบใหม่นี้ จะมีอำนาจสามารถเสนอกฏหมายได้ รวมถึงการตรวจสอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากนายกฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี
กรรมาธิการยกร่างฯ ยังได้ข้อสรุปแล้วว่า นายกฯ จะมีที่มาเหมือนเดิมกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2550 คือมีที่มาจากการเสนอชื่อโดยสภาผู้แทนราษฎร แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่บังคับให้นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. เท่านั้น เพื่อเปิดช่องให้มีนายกฯ มาจากบุคคลภายนอกเพื่อป้องกันเหตุ Dead Lock ทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา