เจ้าหญิงกาเบรียลลา ทรงประสูติเมื่อเวลา 17.04 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 23.04 น. ตามเวลาในไทย ตามด้วยเจ้าชายฌ้าคส์ ซึ่งทรงประสูติเมื่อเวลา 17.06 น. ตามเวลาในท้องถิ่น ซึ่งสำนักพระราชวังโมนาโก ประกาศว่า ทั้งสองพระองค์และพระมารดามีพระพลานามัยแข็งแรงดี และแม้ว่า เจ้าชายฌ้าคส์จะประสูติตามหลังพระเชษฐภคินี 2 นาที แต่ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ของโมนาโก เจ้าชายฌ้าคส์ จะทรงขยับขึ้นไปอยู่ลำดับแรกของตำแหน่งผู้สืบทอดราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์กรีมัลดี ที่มีอายุยืนยาวถึง 700 ปี และเจ้าหญิงกาเกรียลลาอยู่ลำดับสอง แทนที่เจ้าหญิงคาโรลีน พระเชษฐภคินีของเจ้าชายอัลแบร์ พระบิดาของพระองค์
เรื่องการสืบสันตติวงศ์นี้ ได้ก่อให้เกิดกระแสข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ที่ระหองระแห่งระหว่างเจ้าชายอัลแบรต์และเจ้าหญิงคาโรลีน เนื่องจากเจ้าชายเรนิเยร์ ที่ 3 ทางแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อครั้งที่ทรงประชวร เมื่อปี 2545 ระบุว่า หนึ่งในพระธิดาของพระองค์สามารถขึ้นครองราชย์ได้ถ้าเจ้าชายอัลแบรต์ ซึ่งทรงเป็นพระโอรสเพียงองค์เดียว และทรงมีลูกนอกสมรสถึง 2 คน ไม่สามารถมีองค์รัชทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายได้
แต่ในที่สุด เจ้าชายอัลแบรต์ พระชนมายุ 56 พรรษา ก็ทรงอภิเษกสมรสกับชาร์ลีน อดีตนักว่ายน้ำโอลิมปิกชาวซิมบับเว วัย 36 ปี เมื่อปี 2554 หรือ 11 ปีหลังจากทั้งคู่พบกันครั้งแรกโรงพยาบาลที่องค์รัชทยาทแฝดทรงประสูติ ถูกตั้งตามพระนามของพระมารดาของเจ้าชายอัลแบรต์ ซึ่งเป็นอดีตนักแสดงฮอลลีวู้ด "เกรซ เคลลี่"
ในการเฉลิมฉลอง ได้มีการยิงปืนใหญ่ 42 นัด จากป้อมปราการเก่าที่มองเห็นทะเล โดยเป็นการยิงฉลองให้พระโอรส 21 นัด และพระธิดา 21 นัด นอกจากนี้ ยังมีการลั่นระฆังโบสถ์เป็นเวลา 15 นาที ตามด้วย ตามด้วยเสียงหวูดเรือ และการยิงพลุ ซึ่งในช่วงที่เจ้าหญิงชาร์ลีนทรงพระครรภ์ ได้มีการปกปิดเพศขององค์รัชทายาท แม้แต่เจ้าชายอัลแบรต์ ก็ไม่ทรงทราบและตรัสว่า ทรงต้องการความประหลาดใจ ขณะที่สำนักพระราชวัง ระบุว่า เจ้าชายฌ้าคส์ จะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมาร์ควิสแห่งโบ ส่วนพระเชษฐภคินี จะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเคาท์เตสแห่งคาร์ลาเดส
เจ้าชายอัลแบรต์ ตรัสก่อนหน้านี้ว่า ถ้าเป็นแฝดโอรสและธิดา พระโอรสคือผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์ ซึ่งตามพระราชประเพณี การประกาศเรื่องการประสูติอย่างเป็นทางการ จะต้องผ่านการลงพระปรมาภิไธยของเจ้าชายอัลแบรต์ ซึ่งจะถูกจำไปติดไว้ที่ทางเข้าพระราชวังและเปิดให้สาธารณชนได้ร่วมลงนามถวายพระพร ซึ่งชาวโมนาโกต่างประดับธงชาติขาวแดงไว้ที่บ้าน ไปจนกว่าเจ้าชายอัลแบรต์และพระชายาจะทรงนำพระโอรสและพระธิดา ปรากฎพระองค์อย่างเป็นทางการที่ระเบียงพระราชวัง
เจ้าชายอัลแบรต์ ซึ่งทรงเคยได้ชื่อว่า เป็นหนุ่มโสดที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของโลก ทรงสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดา เมื่อปี 2548 ขณะมีพระชนมายุ 47 พรรษา และเป็นที่ทราบกันดีว่า ทรงมีธิดานอกสมรสชื่อ แจซมิน วัย 22 ปี ที่เกิดกับทามาร่า โรโตโล่ อดีตพนักงานเสิร์ฟชาวอเมริกัน ซึ่งทรงไม่ยอมรับมาหลายปี จนกระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอ ได้ยืนยันว่า แจซมินเป็นธิดาของพระองค์ ซึ่งตอนนั้นเธอย่างเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว
เจ้าชายอัลแบรต์ ยังทรงมีลูกชายชื่อ อเล็กซานเดร คอสเต วัย 11 ปี ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับนิโคล คอสเต อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินแอร์ฟรานซ์ แต่ภายใต้กฎการสืบสันตติวงศ์ของโมนาโก ทั้งสองคนไม่มีสิทธิ์กล่าวอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือ ได้รับการพิจารณาในฐานะรัชทายาทของเจ้าชายอัลแบรต์ เพราะเป็นลูกนอกสมรส รวมถึงไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในส่วนแบ่งทรัพย์สินส่วนพระองค์ของเจ้าชาย ที่ทางนิตยสารฟอร์บส์ คาดหมายว่าน่าจะเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย