เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.ปฎิรูปฯ สรุปเลือกตั้ง นายกฯ และ ครม.

10 ธ.ค. 2557 | lastman

กมธ.ปฎิรูปฯ สรุปเลือกตั้ง นายกฯ และ ครม.

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ได้ข้อสรุปเสนอ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี โดยตรงเพื่อแก้ปัญหาการซื้อเสียง ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค และกำหนดให้ กกต.ห้ามให้ใบแดง

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ที่มี อ.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานได้ข้อสรุปรูปแบบการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งหากไม่ถึงเกณฑ์ ต้องมีการเลือกตั้งรอบสอง โดยนำพรรคที่ได้คะแนนอับดับหนึ่ง และสอง มาเลือกใหม่อีกครั้งให้ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง

ซึ่งพรรคการเมืองเป็นผู้เสนอรายชื่อนายกฯ และ ครม.เพื่อให้นายกฯ ได้รับการสนับสนุนในการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ จาก ส.ส.ในสภา แต่หากเสีย งส.ส.ไม่พอก็สามารถชักชวน ส.ส. พรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเมืองรูปแบบใหม่ ที่อาจจะได้ใช้เป็นประเทศแรกในโลก

อ.สมบัติ บอกว่า สำหรับฝ่ายนิติบัญญัติให้มี 2 สภา โดย ส.ส.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 350 คน แบ่งเป็นเขตทั้งหมด เขตละไม่เกิน 3 คน ประชาชน 1 คน เลือก ส.ส.ได้ 1 คน จากนั้นให้ผู้มีคะแนนมากที่สุดตามลำดับ 1-3 ได้ เป็น ส.ส. ไม่มีรูปแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อป้องกันการอุปถัมภ์จากหัวหน้าพรรค

ส่วน ส.ว. ให้มีทั้งหมด 154 คน แบ่งเป็นเลือกตั้ง 77 จังหวัด และสรรหาจากกลุ่มอาชีพอีก 77 คน เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่งตั้งองค์กรอิสระ ตลอดจนการถอดถอน ส่วนกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 36 คน จะนำไปพิจารณาหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

โครงสร้างขององค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อย่าง กกต.เสนอให้ลดวาระดำรงตำแหน่ง จาก 7 ปี เหลือ 5 ปี มีอำนาจตรวจค้นระหว่างการให้หาเสียงเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน และให้มีอำนาจเฉพาะแจกใบเหลืองเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น

ส่วนใบแดงให้เป็นอำนาจของศาล เพราะเกี่ยวข้องกับการตัดสิทธิของผู้สมัครฯ ทั้งนี้ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส ทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย บุตรหรือบุตรบุญธรรม แต่ไม่ห้ามพี่น้องร่วมสายโลหิต

สำหรับ ป.ป.ช. ลดวาระการดำรงตำแหน่งจาก 9 ปี เหลือ 5 ปี และให้ดำรงตำแหน่งเพียงวาระเดียว ซึ่ง ป.ป.ช.ควรมีอำนาจฟ้องคดีทุจริตต่อศาลได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด

ข่าวล่าสุด