เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุ 554 ชิ้นจากสหรัฐอเมริกาคืนสู่ไทย
โดยมี นายดับเบิลยู แพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และนายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมลงนามในเอกสารการส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุ อย่างเป็นทางการ
นายวีระ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2557 รัฐบาลไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้รับคืนโบราณวัตถุของไทย จำนวน 554 ชิ้น จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยสำนักงานอัยการกลางแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดิมเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Bowers เมืองซานตาอานา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มาเก็บรักษาไว้ ณ คลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
ประกอบด้วย เครื่องปั้นดินเผา 222 รายการ เครื่องประดับสำริด 197 รายการ เครื่องมือเครื่องใช้สำริด 79 รายการ ลูกปัดทำด้วยวัสดุต่างๆ 35 รายการ เครื่องมือหินและขวานหิน 11 รายการ และแม่พิมพ์หินทราย 10 รายการ ส่วนมากเป็นโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียง และมาจากภาคกลางบางส่วน มีโบราณวัตถุสมัยประวัติศาสตร์อีกเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการซ่อมสงวนรักษาตามหลักวิชาการอนุรักษ์
"ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบโบราณวัตถุ กลับคืนสู่มาตุภูมิ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุครั้งนี้
ซึ่งโบราณวัตถุทั้งหมดเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและทรัพย์สินอันล้ำค่าของแผ่นดิน คงคุณค่าความสำคัญและประโยชน์ทางวิชาการโบราณคดี ที่สำคัญยังเป็นการเติมเต็มความเป็นมรดกโลกของบ้านเชียงให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ขอฝากให้ประชาชนชาวบ้านเชียงให้การต้อนรับการนำโบราณวัตุกลับคืนสู่พื้นที่ รวมทั้งขอให้เห็นคุณค่าและอนุรักษ์มรดกของชาติ รมว.วธ. กล่าว
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ มีความยินดียิ่งใน ความร่วมมือการนำโบราณวัตถุไทยในต่างประเทศ ส่งคืนแผ่นดิน ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2544 กระทรวงการต่างปนะเทศ เป็นตัวกลางในการประสานงาน นำโบราณวัตถุคืนสู่ประเทศเป็นทรัพย์สินแผ่นดิน ทั้งพระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูป เครื่องทองสำริด เครื่องปั้นดินเผา
โดยในการส่งคืนโบราณวัตถุครั้งนี้ นับว่ามีจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเอง มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งคืนไทยอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ ปี 2552 ทางสหรัฐได้แจ้งมายังประเทศไทยเพื่อให้เดินทางไปตรวจสอบโบราณวัตถุ จากนั้นกรมศิลปากรได้ไปตรวจสอบพิสูจน์ และมีกระบวนการส่งกลับมาทางเรือ
ดังนั้นนับเป็นความสำเร็จการบูรณาการร่วมมือของทุกฝ่าย โดยมีหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร กระทรวงวัฒนธรรม การทรวงการต่างประเทศ การท่าเรือ และทางรัฐบาลสหรัฐ โดยทุกฝ่าย เน้นการมีส่วนร่วม สะท้อนเจตนารมณ์ ของทั้ง 2 ประเทศ ในการดูแลมรดกวัฒนธรรมร่วมกัน ด้านนายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หลังจากนี้ กรมศิลปากรจะดำเนินการจัดทำบันทึกรายละเอียดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามขั้นตอนและกระบวนการจัดทำทะเบียน เมื่อแล้วเสร็จจะพิจารณานำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุบางส่วนไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานบ้านเชียง จ.อุดรธานี เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและต้องการชื่นชมโบราณวัตถุดังกล่าว ในขณะที่บางส่วนจะนำไปจัดแสดงที่ ห้องเครื่องปั้นดินเผา คลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแแห่งชาติ จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ การดำเนินการส่งมอบและรับมอบโบราณวัตถุครั้งนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่กลางปีพุทธศักราช 2552 สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแอนเจลิส ได้ประสานกองวัฒนธรรมสัมพันธ์ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศว่า สหรัฐอเมริกาต้องการให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ส่งผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบและคัดเลือกโบราณวัตถุ ที่พิพิธภัณฑ์ Bowers คณะเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ประกอบด้วย ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ 2 ราย นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ 1 ราย ภายใต้การนำของกรมสารนิเทศ เดินทางไปตรวจสอบโบราณวัตถุ ร่วมกับนักวิชาการโบราณคดี และเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการกลางสหรัฐอเมริกา ผลปรากฏว่า โบราณวัตถุเป็นมรดกหรือทรัพย์สมบัติทางศิลปวัฒนธรรมของไทย กรมศิลปากรได้แจ้งผลการตรวจพิสูจน์ข้างต้นให้กระทรวงต่างประเทศทราบ และแจ้งต่อ ไปยังสำนักงานอัยการกลางสหรัฐอเมริกา เพื่อขอรับโบราณวัตถุ คืนสู่ประเทศไทย โดยมีกระทรวง การต่างประเทศ กรมสารนิเทศ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เป็นผู้ประสานงาน พิพิธภัณฑ์ Bowers ได้จัดส่งหีบห่อโบราณวัตถุ จำนวน 8 ลัง โดยทางเรือแบบ Door to Door เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2557 มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2557 โดยกรมศุลกากร อำนวยความสะดวกพิธีการศุลกากร กรมศิลปากรโดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รับหีบห่อเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2557 โดยเก็บรักษาไว้ ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพโบราณวัตถุ พบว่าภาชนะดินเผาส่วนใหญ่ชำรุด แตกต่อไว้ เครื่องมือเครื่องใช้โลหะประเภทสำริดยังไม่ได้รับการอนุรักษ์ มีคราบดินและสนิมกัดกร่อน หลายชิ้นชำรุดแยกออกจากกัน จำเป็นต้องได้รับการซ่อมสงวนรักษา
โดยนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และจากการตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นโดยนักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พบว่าน่าจะเป็นโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง ประมาณร้อยละ 60-70 จากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์อื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ประมาณร้อยละ 25-30 และโบราณวัตถุสมัยประวัติศาสตร์ ประมาณร้อยละ 5-10 โบราณวัตถุเหล่านี้แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ทราบแหล่งที่พบแน่นอนแท้จริง แต่ก็สามารถศึกษารูปแบบศิลปะ เทคนิควิธีการทำ เนื้อวัตถุหรือส่วนผสม รวมทั้งกำหนดอายุสมัยได้ จึงยังคงมีคุณค่าและประโยชน์ทางวิชาการ