ตาขอบคุณสื่อช่วยหลานป่วยประหลาดคล้าย"มนุษย์วานร"

ชัยภูมิ - คุณตาของ ด.ญ. 2 ขวบชัยภูมิซึ้งขอบคุณสื่อทำหน้าที่ช่วยหลานป่วยประหลาดขนเต็มตัวคล้ายมนุษย์วานรไม่มีเงินรักษาจนมีทางช่วยนำตัวรักษาให้หายขาดได้แล้ว
ข่าว
(14 พ.ย.57) ความคืบหน้าหลังตั้งแต่ช่วงวันที่ 17 ก.ย.57 ที่ผ่านมา สื่อมวลชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือให้นำเสนอข่าววอนขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากสองตายายของหนูน้อย ด.ญ.วัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือนเศษ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดคล้ายมนุษย์วานร
โดยนางทองใบ ทองแม้น วัย 52 ปี ผู้เป็นย่า และนายสุรัตน์ ทองแม้น วัย 54 ปี ผู้เป็นตา ที่ปัจจุบันได้พากันอาศัยกระท่อมไม้สภาพเก่าๆ2ชั้นใกล้ผุพังที่พากันไปหาเก็บของเก่าและเศษไม้มาก่อสร้างอยู่ด้วยกันเลขที่ 62 หมู่ 6 บ้านยางเครือ ต.หนองโดน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ กับหลานอีก 2 คนที่พ่อแม่ของเด็กทั้ง 2 คน ฝากให้เลี้ยงไว้มาตั้งแต่เกิดก่อนที่จะพากันไปขายแรงงานในต่างจังหวัดซึ่งมีด.ญ.นริศรา หรือ น้องปู ทองแม้น วัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดคล้ายมนุษย์วานร และน้องชายของน้องปูอีกคนวัยเพียง 1 ขวบเศษ หลังน้องปูเกิดมา บุตรชายและลูกสะใภ้ก็นำมาฝากให้เลี้ยงไว้ตั้งแต่เกิดมาจนปัจจุบันก็มีอายุครบ 2 ปี 4 เดือนพอดี และจะมีปานดำเต็มแผ่นหลัง แขน ขา เกือบทั่วตัวไปหมด แรกๆก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่พอหลานเริ่มโตขึ้นมาได้ 1-2 ขวบ ก็เริ่มมีขนโผล่ขึ้นมาตามจำนวนมากเกือบเต็มตัว คล้ายมนุษย์วานรมาก และก็จะมีอาการข้างเคียงรับประทนอะไรเข้าไปก็มักจะอาเจียนออกมาหมดตลอด จึงพาไปหาหมอก็บอกเพียงว่าไม่เป็นอะไรมาก เพียงมีเงินประมาณ 1-2 แสนบาท ค่อยไปหาหมอใหม่เพื่อที่จะช่วยส่งไปรักษาตัวศัลยกรรมผิวหนังที่เกิดขึ้นคล้ายมนุษย์วานรให้หายขาดเป็นปกติได้จากนั้นมาก็พยายามช่วยกันหาเงินแต่ก็ไม่มีปัญญาส่งหลานไปรักษาได้มาจนปัจจุบัน ทั้งพ่อแม่หลาน และตนเองทั้งปู่ ก็ไม่มีงานทำแน่นอน ได้แค่รับจ้างไปวันๆวันไหนไม่มีก็ต้องอดเช่นกัน จนต้องจำยอมปล่อยให้หลานน้องปูอยู่อย่างทรมานอย่างนี้มาตลอด จนกว่า 2 ปี 4 เดือนแล้วจนล่าสุดหลังมีการนำเสนอข่าวออกไปทางตาของเด็กนายสุรัตน์ ทองแม้น วัย 54 ปี รายนี้ ฝากกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตาผ่านถึงผู้ใจบุญและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อมวลชนมาในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน หลังมีผู้ใจบุญยื่นมือเข้าช่วยมอบเงินบริจาคให้กับครอบครัวนี้แล้วรวมล่าสุดอยู่ที่กว่า 80,000 บาท และทางหน่วยงานจังหวัดและอำเภอโรงพยาบาลประจำอำเภอ เหล่ากาชาดจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และบ้านพักเด็กและเยาวชนได้มีการยื่นมือเข้าช่วยเหลือเรื่องการนำตัวเด็กป่วยคล้ายมนุษย์วานรรายนี้ส่งตัวไปตัดชิ้นเนื้อที่แผ่นหลังไปตรวจที่ศูนย์โรคผิวหนังที่กรุงเทพฯแล้ว
ซึ่งไม่พบเนื้อร้ายแต่อย่างใด และได้ส่งตัวกลับมาพักต่อที่บ้านพักชัยภูมิเพื่อรอส่งตัวไปรักษาลอกผิวหนังที่มีขนทั้งหมดต่อภายในวันที่ 16 พ.ย.ที่จะถึงนี้ที่ศูนย์โรคผิวหนังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อช่วยรักษาให้หายขาดได้ต่อไปและจะเป็นการสะดวกในการพาเด็กไปใกล้กว่ากรุงเทพฯเวลาตายายจะพาเดินทางไปรักษาได้ใกล้กว่าอีกเช่นกันพร้อมกันนี้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ ก็เตรียมที่จะหางบประมาณมาช่วยสร้างบ้านพักให้หลังใหม่แทนหลังเดิมที่มีความมั่นคงปลอดภัยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วยอีกทางต่อไป