รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน นายสุวิทย์ สุมาลา เผยกรณีมีข่าวโรงพยาบาลในย่านอนุสาวรีชัยฯ ประกาศให้บุคลากรหญิงที่ตั้งครรภ์ต้องลาออกจากงานนั้น จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยคาดว่าแรงงานกลุ่มที่มีปัญหาน่าจะเป็นกลุ่มแรงงานรับเหมาช่วง(ซับคอนแทรค)
ซึ่งหากตรวจสอบพบไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน มีการเลิกจ้างบุคลากรที่ตั้งครรภ์จริง ก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานปี 2541และต้องรับกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าจ้างเหมือเดิม ส่วนลูกจ้างโรงพยาบาลรัฐก็มีระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาคลอดได้อยู่แล้ว
นอกจากนี้ปัจจุบันอนุสัญญาองค์การแรงงานประเทศและ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานได้ให้ความคุ้มครองลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ไว้โดยในหลายมาตรามาตรา 39 ห้ามมิให้นายให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานเช่น งานเกี่ยวกับเครื่องจักร งานยก แบกหามมาตรา 41และให้ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรไม่เกิน 90 วัน มาตรา 42 กรณีลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวได้
และ มาตรา 43 ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งให้สิทธิลูกจ้างหญิงที่ลาคลอด 90 วันได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 45 วันและได้รับเงินจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) 45 วัน หากลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ถูกบีบบังคับให้ลาออก ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ