น.ส.พะเยาว์ เมืองงาม รักษาการผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" หย่อมกดอากาศต่ำ ยังไม่ถึงขั้นพายุ เป็นแค่หย่อมกดอากาศต่ำกำลังแรง ยังไม่ถึงดีเพรสชั่นด้วย ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ โดยปริมาณน้ำฝนจะอยู่ที่ 90 ไปจนถึงเกิน 100 มิลลิเมตร/วัน แต่ละพื้นที่ ซึ่งจะทั่วทุกพื้นที่ๆตกหนัก แต่มีหลายพื้นที่ๆปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตร พร้อมมีลมกระโชกแรง คลื่นลมในทะเลสูงประมาณ 2-4 เมตร ในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
"ยังไม่ถึงขั้นเป็นพายุโซนร้อน หรือพายุไต้ฝุ่น อย่างที่มีการลือกัน โดยขณะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้ว คาดว่าจะขึ้นฝั่งในคืนนี้ (7 พ.ย.) ขณะนี้กำลังเคลื่อนใกล้เข้าในเขตอ่าวไทยตอนล่างแล้ว ซึ่งอ่าวไทยจะเป็นลักษณะทะเลที่ไม่เอื้อให้ทวีกำลังแรงได้มากขึ้น ทำให้ฝนจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้น โดยจะไล่ตั้งแต่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ปริมาณฝนก็จะเพิ่มขึ้น"
ซึ่งปริมาณฝนจะหนักจริงๆก็คือวันที่ 8 และ 9 พ.ย. ก่อนจะเคลื่อนตัวออกไปทางทะเลอันดามัน ฉะนั้นการเฝ้าระวังให้มากในช่วง 2 วัน สำหรับลักษณะการตกของฝนที่แช่อยู่ในแต่ละพื้นที่ๆตกหนักประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพราะดูจากการเคลื่อนตัวตอนนี้จะเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว แต่ถ้าเคลื่อนตัวช้าก็อันตรายกว่านี้ แต่หากเคลื่อนตัวเร็วจะไม่อันตราย เพราะฝนไม่ตกแช่เป็น 1-2 วัน แต่เนื่องจากพื้นที่ๆปกคลุมค่อนข้างกว้าง เพราะฉะนั้นแต่ละพื้นที่อาจจะตกนานหน่อยแค่นั้น เอง
"พื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตั้งแต่นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวา และไปทางฝั่งอันดามัน ด้วย คือ ตรัง สตูล กระบี่ ซึ่งอาจจะมีน้ำท่วมขังน้ำระบายไม่ทันในเขตเมือง อาจจะท่วมขังในที่ลุ่ม ดินสไลด์ แถวพัทลุง กระบี่ ทางสงขลา ก็น่าจะเป็นสะบ้าย้อย เทพา เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆมีภูเขาอยู่ก็อาจจะมีบ้าง หากฝนตกแช่เป็นเวลานานๆ"
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ทำให้ดินมีการอุ้มน้ำ ชุ่มน้ำ อิ่มตัวแล้ว ก็เป็นไปได้ที่อาจจะเกิดดินสไลด์ ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์ฯได้แจ้งไปยังจังหวัดต่างๆที่อยู่ในพื้นที่การเคลื่อนตัวของใน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ปภ. ซึ่งเตือนไปตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดมีหลายจังหวัดมีการเตรียมพร้อม แต่ละจังหวัด เช่น จังหวัดนราธิวาสจะมีการตั้งวอร์รูมกันในช่วงบ่ายวันนี้ (7พ.ย.) จังหวัดสงขลาก็มีการเตรียมพร้อมกันตั้งแต่เมื่อวาน
สำหรับปริมาณฝนที่จะตกในช่วง 7-10 พ.ย. ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ปริมาณฝนที่จะตกในช่วงนี้ น่าจะมีปริมาณน้อยกว่าปี 2553 ซึ่งมีพายุดีเปรสชั่นเข้า ครั้งนี้จะน้อยกว่านั้น แต่ทั้งหมดก็ต้องเฝ้าติดตามข้อมูลใกล้ชิด เนื่องจากมีโอกาสที่อ่อนหรือจะแรงได้อยู่ก็ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเแพาะความเร็วในการเคลื่อนตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 20-30 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากที่เมื่อวันนี้ 6 พ.ย.ยังอยู่ไกล แต่ตอนนี้เข้ามาใกล้มากแล้ว
ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ก็คือ การเตรียมพร้อม เช่น การเตรียมพร้อมเรื่องเสบียงอาหาร ไฟฉาย อะไรที่เป็นสิ่งจำเป็น อุปกรณ์ต่างๆ และที่เน้นคือเรือประมงขนาดเล็กในช่วงนี้ควรงดออกจากฝั่ง เนื่องจากคลื่นลมในทะเลค่อนข้างสูง ซึ่งได้มีการแจ้งไปตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเรือประมงขนาดเล็กที่ออกทำประมงจะสามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้ทัน