จากกรณีของหญิงไทยรวม 611 คน ถูกอดีตนายทะเบียน ประจำที่ว่าการ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู นำชื่อไปจดทะเบียนกับชาวต่างชาติ เพื่อรับเงินค่าตอบแทนตามจากชาวต่างชาติ โดยมี นางนก (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ภูมิลำเนา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้ไปยื่นขอตรวจสอบสถานภาพของตนเอง เพื่อยื่นจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ในการที่ใช้รับรองลูกที่เกิดจากสามีให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับพบว่ามีชื่อของตนจดทะเบียนสมรสกับชาวมาเลเซียไปก่อนหน้านั้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของอ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ทางฝ่ายทะเบียนได้มีการประสานไปยังผู้หญิงทั้ง 611 คน ที่ถูกนำชื่อไปจดทะเบียนโดยนายนันทพล ชุ่มคำ นายทะเบียนคนเก่า ประจำที่ว่าการ อ.โนนสัง ในระหว่างปี 2554-2556 จำนวน 611 คนเพื่อให้มาแสดงตัวและตรวจสอบว่าการจดทะเบียนนั้น เกิดขึ้นจริงด้วยการยินยอมหรือเป็นการแอบเอาชื่อไปแอบอ้างเพื่อจดทะเบียน
ขณะนี้พบว่ามีผู้หญิงที่มีชื่อกว่า 100 คน ได้ทยอยเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงตัว ซึ่งมีทั้งที่จดทะเบียนสมรสจริง และที่ไม่รู้เห็นในการจดทะเบียนสมรสเลย ซึ่งขณะนี้นายอำเภอโนนสัง จ.หนองบัวลำภู อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เนื่องจากในปีที่เกิดเหตุ นายอำเภอคนปัจจุบันยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่
"ส่วนการดำเนินคดี และเอาผิดนั้น อยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ในส่วนของคดีอาญาอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ และขณะนี้ทราบว่านายนันทพล ชุ่มคำ ได้เปลี่ยนชื่อใหม่และไปบวชเป็นพระอยู่ที่ จ.ขอนแก่น"เจ้าหน้าที่ทะเบียน กล่าว
ด้าน น.ส.วรพรรณ เบญจวรกุล ทนายประจำสำนักทนายความประเสริฐและเพื่อน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นทนายความ ให้กับ นางนก กล่าวว่า คาดว่าผู้เสียหายจากกรณีจะมีจำนวนมาก ทราบว่าขณะนี้ ที่ศาลมีนบุรี ( กรุงเทพฯ)ก็ได้มีผู้เสียหายยื่นเอกสารเพื่อทำให้การจดทะเบียนก่อนหน้านี้ที่ถูกแอบอ้างเอาชื่อไปจดทะเบียนสมรสเป็นโมฆะแล้วเช่นกัน นอกจากนั้นก็มีที่ จ.สระบุรี และ จ.สุรินทร์ มีผู้เสียหายอยู่ในระหว่างการดำเนินการหาทนายความเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลเช่นเดียวกัน น.ส.วรพรรณ กล่าว