เรื่องราวของหญิงไทย ที่ถูกนายทะเบียนอ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู แอบเอาชื่อไปจดทะเบียนกับชาวต่างชาติ เพื่อรับเงินนั้น ได้รับการเปิดเผยจาก นางนก (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาวอ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อประมาณปลายปี 2556 ตนได้แต่งงานอยู่กินกับชาวต่างชาติจนมีลูก 1 คน และ ต้องการไปยื่นขอจดทะเบียนสมรสเพื่อให้ลูกได้รับการรับรอง ที่อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น แต่พอไปยื่นขอจดทะเบียนก็พบว่าชื่อตัวเอง ได้จดทะเบียนสมรสกับชาวมาเลเซียไปเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา โดยไปยื่นจดทะเบียนที่อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ทั้งที่ตนไม่เคยไปที่อ.โนนสังเลย เลยตกใจและคิดว่าระบบคอมพิวเตอร์คงผิดพลาด จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปสอบถามเรื่องนี้ที่อ.โนนสัง
ซึ่งในวันที่ไปถึง ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครองเข้ามาตรวจสอบการทุจริตใน อ.โนนสังพอดี ตนจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าฟังด้วย ทำให้ความแตกและมีการตรวจสอบสาวลึกลงไปก็พบว่า เจ้าหน้าที่นายทะเบียนที่มีการเอาชื่อตนไปจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติคือนายนันทพล ชุ่มคำ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือนำรายชื่อหญิงไทยรวมถึงปลอมแปลงเอกสารทำการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับเรื่องนี้เพื่อให้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์
ด้าน น.ส.วรพรรณ เบญจวรกุล ทนายประจำสำนักทนายความประเสริฐและเพื่อน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นทนายความในคดีนี้กล่าวว่า หลังได้รับการบอกเล่าจาก น.ส.นก(นามสมมุติ) เพื่อให้ช่วยยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จ.หนองบัวลำภู ให้การจดทะเบียนสมรส ที่มีชื่อของเธอไปจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติมาเลเซียเป็นโมฆะ เลยได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายทะเบียนคนดังกล่าวได้เอาชื่อหญิงไทยไปจดทะเบียนกับชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ ทั้งจากประเทศอินเดีย มาเรีย ไนจีเรีย ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะที่มีความต้องการออร์เดอร์เข้ามาว่า อยากให้หาหญิงไทยจดทะเบียนสมรสให้เพื่อให้ชาวต่างชาติคนดังกล่าวสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้และสามารถอยู่ในเมืองไทยได้นานขึ้น
"การยื่นเรื่องเพื่อให้การสมรสเป็นโมฆะได้ จะต้องมีเหตุผลตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ซึ่งอีกเหตุผลหนึ่งคือการที่ชายหญิงไม่ได้ไปปรากฏตัวต่อหน้านายทะเบียน และไม่ได้ให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้น จึงทำให้เหตุผลข้อนี้ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จ.หนองบัวลำภู เพื่อให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะ โดยต่อมามีคำพิพากษาออกมาแล้ว สั่งให้การสมรสเป็นโมฆะ เมื่อทะเบียนสมรสเป็นโมฆะแล้ว ผู้ที่จะจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ก็ต่อเมื่อ ทางศาลมีหนังสือไปยัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เพื่อให้ระบุไว้ท้ายการสมรสว่าการสมรสเป็นโมฆะโดยคำสั่งของศาล"น.ส.วรพรรณ กล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งได้มาทำหน้าที่แทนนายทะเบียนคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ชื่อ นายนันทพล ชุ่มคำ ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนอยู่ขณะนั้น ได้มีพฤติกรรมทุจริต ปลอมแปลงเอกสาร โดยจะใช้อำนาจหน้าที่ในการเข้าระบบทะเบียนราษฎร์แล้วนำชื่อหญิงไทยที่ค้นพบออกมา เพื่อมาจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ซึ่งก็อาจจะมีรายชื่อหญิงไทยมาจากหลายทางเช่น การยินยอมขายเอกสารของฝ่ายหญิง หรือการได้เอกสารของฝ่ายหญิงมาแบบไม่สุจริต และล่าสุดใช้วิธีการนำชื่อออกมาจากระบบทะเบียนราษฎร์แล้วทำการจดทะเบียนสมรสปลอมกับชาวต่างชาติ และยังมีการปลอมแปลงชื่อพยานในเอกสารการสมรสด้วย
ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เข้ามาทำงานที่อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงเดือนกันยายน 2556 ได้มีการจดทะเบียนสมรสระหว่างหญิงไทยกับชาวต่างชาติ โดยนายทะเบียนคนนี้ไปแล้วถึง 611 คู่ จากการตรวจสอบบางวันมีการจดทะเบียนมากถึงวันละ 50 คู่ ซึ่งจากการสุ่มตรวจดูรายชื่อ หญิงไทยที่ถูกปลอมแปลงเอกสาร มีมาจากต่างจังหวัด เช่น หญิงไทยทีชื่ออยู่ที่ จ.ชลบุรี แต่มาจดทะเบียนสมรส ที่ จ.หนองบัวลำภู และข้อสังเกตอีกหนึ่งข้อคือ พยานที่มีชื่อในเอกสารสมรส มีชื่ออยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และจ.สงขลา ซึ่งพบอีกหลายรายชื่อมีลักษณะเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพร้อมพวก ได้ถูกลงโทษทางวินัยเรียบร้อยแล้วในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจดแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ
"หลังจากตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ได้แจ้งไปยังหญิงไทยที่อยู่ในรายชื่อทั้ง 611 คน ให้มาแสดงตัวและแจ้งเจ้าหน้าที่หากไม่มีส่วนรู้เห็นกับการจดทะเบียนสมรสกับชายชาวต่างชาติดังกล่าว เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการทำเอกสารให้เป็นโมฆะ เพราะต้องยื่นต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาเป็นคำสั่งให้ทะเบียนสมรสเป็นโมฆะ"เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ระบุ