เนชั่นทีวี

ข่าว

รบ.หาทางช่วยลูกหนี้ ที่เครียดเผาตัวเอง

15 ต.ค. 2557 | lastman

รบ.หาทางช่วยลูกหนี้ ที่เครียดเผาตัวเอง

รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ที่จุดไฟเผาตัวเอง หลังจากเข้าร้องเรียนศูนย์บริการประชาชน ที่เป็นหนี้กว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันจุดบริการประชาชน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกฯ เข้าเยี่ยมอาการของ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ชาวลพบุรี ที่จุดไฟเผาตัวเองด้านหน้าศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงาน ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ที่ รพ.วชิระ จากนั้น ม.ล.ปนัดดา บอกว่า หน่วยงานรัฐจะประสานการดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล

ส่วนเรื่องสัญญาการประนอมหนี้ ที่ร้องเรียนกับศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เบื้องต้น ได้สอบถามกับทางจังหวัดพบว่า นางสังเวียน มาติดต่อขอให้ช่วยเหลือ เรื่องการประนอมหนี้หลายครั้ง แต่อาจยังไม่พอใจในการช่วยเหลือ จึงมาร้องเรียนที่ส่วนกลางและเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ส่วนการเยียวยา จะให้จังหวัดดูแลช่วยเหลือ เพราะทุกจังหวัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปต้องมีมาตราการดูแลความปลอดภัย ในจุดบริการประชาชนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีกลาโหม และเลขาธิการ คสช. เผยเป็นห่วง และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หวังว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะปลอดภัย ส่วนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะนี้มีศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องร้องเรียนตามต่างจังหวัดเพราะประชาชนมีความเดือดร้อนจำนวนมาก ต้องใช้เวลาดำเนินการแก้ไข แต่ที่ผ่านมารับทราบจากผู้ว่าราชการบางจังหวัดว่าการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม แต่ติดขัดจากข้อกฎหมาย จึงต้องใช้เวลา ขอให้ทุกคนเข้าใจเพราะส่วนราชการตระหนักถึงปัญหาของทุกคน และจะพยายามสร้างความเข้าใจ

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมต.พัฒนาสังคมฯ ได้มอบให้นางเสาวนีย์ โขมพัตร รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมศูนย์ช่วยเหลือสังคม ไปตรวจสอบเยียวยาผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินและประสานครอบครัวผู้บาดเจ็บให้ทราบถึงเหตุการณ์ รวมทั้งให้ จนท.ดูแลสภาพจิตใจของผู้บาดเจ็บ และครอบครัว

ขณะที่ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ เดินทางมาเยี่ยมนางสังเวียน พร้อมกับบอกว่า จะเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ เพื่อลำดับเหตุการณ์ต่างๆ แต่ไม่น่ามีการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะไม่ใช่เจตนาสร้างความเสียหายให้สถานที่ราชการ เป็นการตั้งใจทำร้ายตนเอง แต่หากมีการดำเนินคดี น่าจะมีเพียงการพกพาอาวุธเข้าไปในสถานที่ราชการ ซึ่งมีโทษปรับเพียงเล็กน้อย ส่วนการดูแลความปลอดภัย หลังจากนี้จะประสานให้ตำรวจเข้าไปช่วยคัดกรองผู้มาร้องเรียนต่างๆเพื่อไม่ให้พกพาอาวุธเข้าไปในสถานที่ราชการ

ข่าวล่าสุด