คณะแพทย์ในสเปนได้รับผู้ป่วยเพิ่มอีก 4 คน และรีบระบุตัวอีกหลายสิบคน ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงติดเชื้อไวรัสอีโบล่าเมื่อวันอังคาร หลังจากมีพยาบาลคนหนึ่งติดเชื้อไวรัสอีโบล่า สร้างความหวาดวิตกว่า ไวรัสจะแพร่ระบาดในยุโรป
สื่อของสเปนระบุว่า พยาบาลที่ติดเชื้อ คือ เทเรซ่า โรเมโร่ วัย 44 ปี ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลลาปาซ คาร์ลอส ที่ 3 ในกรุงมาดริด เธอกลายเป็นคนแรกที่ติดเชื้อไวรัสอีโบล่า นอกแอฟริกา หลังจากดูแลมิชชันนารีสูงวัยชาวสเปน 2 คน ที่เสียชีวิตด้วยไวรัสมรณะเมื่อเดือน ส.ค.และเดือน ก.ย.หลังเดินทางกลับจากแอฟริกาตะวันตก ที่มีการแพร่ระบาดของโรคและคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อไปกว่า 3,400 คน
เจ้าหน้าที่กำลังพยายามหาคำตอบว่า พยาบาลที่ติดเชื้อได้สัมผัสกับใครบ้างก่อนที่จะถูกกักโรคเมื่อวันจันทร์ ขณะเดียวกันกำลังเฝ้าสังเกตอาการผู้ต้องสงสัยอีก 52 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามีของเธอมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อทำให้ต้องถูกกักโรคด้วย
นอกจากนี้สุนัขของเธอ ส่วนสุนัขที่เธอเลี้ยงไว้จะต้องถูกกำจัดด้วย เพราะมีความเสี่ยงเป็นพาะแพร่เชื้อไวรัสโดยไม่แสดงอาการได้ แต่นักอนุรักษ์สัตว์เรียกร้องให้ใช้วิธีกักโรคและรักษาหากมันติดเชื้อจริง นอกจากนี้มีกระแสเรียกร้องให้ช่วยชีวิตสุนัขตัวนี้ที่ชื่อว่า เอ็กซ์คาลิเบอร์ โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ร่วมติดแฮชแท็ก เซฟเอ็กซ์คาลิเบอร์ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมงานของพยาบาลที่ติดเชื้อคนหนึ่งอยู่ในข่ายต้องจับตา หลังมีอาการท้องร่วง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลคาร์ลอส ที่ 3 พากันประท้วงที่ด้านนอกเรื่องความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข และต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดมากกว่านี้ รวมทั้งเรียกร้องให้แอนนา มาโต้รัฐมนตรีสาธารณสุขลาออก ขณะเดียวกันยังมีบุคลากรการแพทย์จากที่อื่นร่วมชุมนุมด้วยและต้องการให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นที่่ทำให้พยาบาลติดเชื้อ และร้องเรียนว่าโรงพยาบาลหลายแห่งต้องถูกตัดงบประมาณพนักงาน เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์
ขณะเดียวกันสหภาพยุโรป หรือ อียู เรียกร้องขอคำตอบจากสเปนว่า โรคร้ายนี้แพร่ระบาดในแผนกโรคเฉพาะทางได้อย่างไร โดยอียูประกาศจะเริ่มการนำสิ่งบรรเทาทุกข์หนัก 100 ตัน ที่รวมถึงอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากกันเชื้อ ถุงมือและเวชภัณฑ์ ไปยังเซียร่า เลโอน, ไลบีเรียและกินี ในวันศุกร์นี้ และอังกฤษประกาศส่งแพทย์ทหารกว่า 100 นายไปเซียร์ราลีโอนเพื่อช่วยยบยั้งการระบาด ส่วนทหารอเมริกันที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจต่อสู้กับไวรัสอีโบลาในแอฟริกา จะประจำการเป็นเวลา 1 ปี
ปีเตอร์ เพียต ผู้เชี่ยวชาญอีโบลาขององค์การอนามัยโลก เตือนว่า อาจเกิดกรณีบุคลากรในโรงพยาบาลติดเชื้ออีโบล่าได้อีกแม้ในประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเทคโนโลยีทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขที่ทันสมัยก็ตาม และยกตัวอย่างด้วยว่าการขยี้ตาก็อาจเสี่ยงติดเชื้อได้ โดยนาทีอันตรายคือช่วงที่ถอดชุดป้องกันเชื้อหรือถอดแว่นตา อาจมีเหงื่อออกที่ทำให้อาจเกิดการติดเชื้อได้